← กลับหน้าแรก
สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย)
泰国潮汕文化协会
Teochew Culture and Language Association (Thailand)
ห้องนิทรรศการ ชั้น 1

ทะเบียนวัตถุจัดแสดง

ข้าวของเครื่องใช้ของชาวแต้จิ๋วในสยาม พร้อมเกร็ดประวัติของวัตถุแต่ละชิ้น · 63 รายการ

TCLA-2569-001🧺 เครื่องจักสาน

แกล่อ — กระบุงหวายใบใหญ่ผูกเชือกแดง

แต้จิ๋ว: ตั๋ว เต๊ก ลั้ว (大竹箩)

สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ขอนําเสนอเกร็ดความรู้ว่าด้วยภาชนะสามัญที่สุดชิ้นหนึ่งในเรือนชาวแต้จิ๋ว ซึ่งกลับแฝงไว้ด้วยความหมายทางพิธีกรรมอันลึกซึ้ง กระบุงใบนี้สานด้วยหวายเส้นใหญ่ขึ้นเป็นลายขัดแน่นทรงป่องกลาง ปากผายออกเล็กน้อย พร้อมฝาครอบสานเป็นแผ่นกลมวางทับได้พอดีจุดที่สะดุดตาที่สุดคือเชือกถักสีแดงซึ่งผูกไว้ที่ขอบทั้งสองด้าน ปลายเชือกขมวดปมและผูกริบบิ้นแดงกํากับ สําหรับสอดคานหาบ ตัวหวายมีสีนวลอมเทาตามอายุ และผิวสานยังคงแน่นหนาไม่หลุดล่อน แสดงถึงฝีมือช่างที่ตั้งใจทําให้ใช้ได้ข้ามชั่วอายุคน ในวิถีชีวิตประจําวัน แกล่อทําหน้าที่เป็นภาชนะเก็บของอเนกประสงค์ประจําเรือน ใช้บรรจุข้าวสาร ถั่ว งา และธัญพืชต่าง ๆ ให้พ้นจากความชื้นและสัตว์รบกวน บางบ้านใช้เก็บเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและผ้าห่มในฤดูที่ไม่ได้ใช้ ด้วยเหตุที่หวายระบายอากาศได้ดีกว่าหีบไม้ปิดทึบจึงเหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้นทั้งในถิ่นแต้จิ๋วและในสยาม การมีแกล่อหลายใบเรียงอยู่ในเรือนจึงเป็นเครื่องบ่งชี้ความมั่นคงของครัวเรือนอย่างเงียบ ๆ ทว่าเชือกแดงที่ผูกไว้บอกหน้าที่พิเศษอีกประการหนึ่ง ในงานมงคลสมรสตามธรรมเนียมแต้จิ๋ว กระบุงจะถูกใช้เป็นคู่เสมอ บรรจุสินสมรสผ้าผ่อน ขนมมงคล และของใช้ประจําห้องหอ แล้วให้พี่น้องชายของเจ้าสาวหาบไปส่งถึงบ้านเจ้าบ่าวตามธรรมเนียม "หาบกล่องคู่" (担盘)การใช้ของเป็นคู่และการย้อมสีแดงล้วนเป็นภาษาสัญลักษณ์ที่คนในวัฒนธรรมเดียวกันอ่านออกทันทีว่า ภาชนะใบนี้กําลังทําหน้าที่ในพิธีกรรม มิใช่งานครัวเรือนตามปกติ ผู้ที่เติบโตในบ้านคนจีนย่อมคุ้นเคยกับภาพกระบุงหวายที่ตั้งอยู่มุมห้อง ถูกใช้งานจนผิวหวายมันวาว และถูกส่งต่อจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูกโดยไม่มีใครคิดจะทิ้ง การเก็บรักษาแกล่อไว้ในนิทรรศการจึงมิใช่เพียงการเก็บภาชนะเก่า หากเป็นการเก็บรักษาความทรงจําว่าด้วยการส่งลูกสาวออกเรือน และความผูกพันระหว่างบ้านเกิดกับบ้านใหม่ที่ธรรมเนียมนี้ตั้งใจจะประกาศให้ทุกคนได้เห็น

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-002🧺 เครื่องจักสาน

ตะกร้าหาบทรงเจดีย์ลงสีลายดอกไม้

แต้จิ๋ว: 花篮 (ฮวย น้า)

หากวัตถุชิ้นใดในนิทรรศการนี้จะเรียกได้ว่าเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นครู ตะกร้าหาบใบนี้ย่อมอยู่ในลําดับต้น ๆ ตัวตะกร้าสานด้วยหวายและตอกไผ่เส้นเล็กละเอียดขึ้นเป็นทรงกลมป่อง มีฝาครอบทรงโดมสูงคล้ายยอดเจดีย์ คันหิ้วโค้งสูงทําจากหวายเหลาสองเส้นประกบ ผูกรัดยึดกับตัวตะกร้าด้วยตอกถักอย่างประณีตและมีห่วงหวายที่ยอดสําหรับแขวน สิ่งที่ทําให้ตะกร้าใบนี้ต่างจากงานสานทั่วไปคือลวดลาย ช่างมิได้เขียนสีทับลงบนผิวสาน หากใช้ตอกที่ย้อมสีแดง เขียว ดํา และสีธรรมชาติ สอดสลับกันขณะสานจนเกิดเป็นลายดอกโบตั๋นบานเต็มดวง ล้อมด้วยกรอบลายเรขาคณิตโดยรอบทั้งฝาและตัวตะกร้า เทคนิค "สานให้เกิดลาย" เช่นนี้ต้องคํานวณตําแหน่งเส้นตอกล่วงหน้าทั้งใบ ผิดพลาดเส้นเดียวลายจะเพี้ยนทั้งแถว ตะกร้าชนิดนี้เป็นภาชนะประจํางานพิธีโดยเฉพาะ ใช้หิ้วเครื่องเซ่นไหว้ไปศาลเจ้าและสุสานประจําตระกูล หิ้วขนมมงคลและส้มไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ในเทศกาลตรุษจีน และใช้ในขบวนสู่ขอ ขบวนหมั้น และขบวนส่งสินสอด ในบางบ้านตะกร้าใบงามที่สุดจะถูกเก็บไว้บนหิ้งตลอดปี และนําลงมาใช้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น สีแดงและลายดอกไม้บานสะพรั่งมิใช่การตกแต่งเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว ดอกโบตั๋นในคติจีนเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและเกียรติยศ การนําของไปมอบให้ผู้อื่นในภาชนะที่งดงามที่สุดเท่าที่บ้านจะมีได้ จึงเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้รับและต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมกัน ชาวแต้จิ๋วถือว่า "ของดีต้องใส่ของงาม" หากหิ้วของไหว้ไปด้วยภาชนะซอมซ่อ ย่อมสะท้อนกลับมาที่ผู้ให้เอง ปัจจุบันช่างที่สานตะกร้าลักษณะนี้ได้เหลืออยู่น้อยมากทั้งในไทยและในถิ่นแต้จิ๋ว เนื่องจากใช้เวลาทํานานและราคาสูงจนแข่งกับภาชนะพลาสติกไม่ได้ ตะกร้าที่หลงเหลืออยู่จึงมีสถานะเปลี่ยนไปจากของใช้เป็นวัตถุมรดก การได้เห็นของจริงในระยะประชิดจึงเป็นโอกาสไม่บ่อยนักที่จะเข้าใจว่าคําว่า "ประณีต" ในงานช่างจีนตอนใต้หมายถึงอะไร

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-003🧺 เครื่องจักสาน

ปุ้งกีสานปากบาน

แต้จิ๋ว: 簸箕 (ปุ้ง กี)

ภาชนะสานทรงสี่เหลี่ยมมนก้นตื้นใบนี้มีรูปทรงที่ออกแบบมาเพื่อหน้าที่โดยเฉพาะ ด้านหนึ่งเปิดลาดต่ำลงจนเกือบเสมอพื้นเป็นปากรับ อีกสามด้านยกขอบสูงกันของหกออก ริมขอบทั้งหมดผูกรัดด้วยหวายเส้นใหญ่เย็บถี่เพื่อรับแรงกระแทกจากการใช้งานหนัก ลายสานเป็นลายขัดธรรมดาแต่แน่นและสม่ำเสมอ เนื้อไผ่สึกจนขึ้นเงาในบริเวณที่มือจับซ้ำ ๆ ปั่วกีคือเครื่องมือของลานบ้านและลานนวดข้าว ใช้โกยข้าวเปลือก โกยถ่าน โกยเศษวัสดุ และใช้รองรับผลผลิตที่เพิ่งเก็บเกี่ยว ในบางกรณีก็ใช้ฝัดแยกแกลบและเศษฟางออกจากเมล็ดข้าวด้วยการสะบัดขึ้นลงให้ลมพัดสิ่งเบากว่าออกไป ถิ่นแต้จิ๋วนั้นมีที่ราบลุ่มแม่น้ำหานเจียงอันอุดมสมบูรณ์แต่มีพื้นที่จํากัด ประชากรหนาแน่น การเกษตรจึงต้องประณีตและใช้แรงงานสูง เครื่องมือทุกชิ้นในเรือนล้วนถูกออกแบบให้ทํางานได้หลายอย่างในชิ้นเดียว ที่น่าสนใจคือปั่วกียังฝังตัวอยู่ในภาษาและสํานวนจีน ในฐานะภาพเปรียบของการคัดกรอง สิ่งที่ดีมีน้ำหนักจะตกค้างอยู่ในภาชนะ ส่วนสิ่งเบาและไร้แก่นสารจะปลิวหายไปกับลม แนวคิดนี้ถูกนํามาใช้สอนลูกหลานเรื่องการเลือกคบคน การเลือกกิจการ และการรู้จักปล่อยวางสิ่งที่ไม่จําเป็น อีกทั้งลายเส้นบนปลายนิ้วมือของมนุษย์ที่เป็นวงเปิดออก คนจีนก็เรียกว่า "ปั่วกี" ตามรูปทรงของภาชนะนี้ และมีคําทํานายโชคชะตาผูกไว้กับจํานวนที่มีอยู่ในมือ เมื่อชาวแต้จิ๋วอพยพลงเรือมาสู่สยาม เครื่องมือเกษตรเหล่านี้ตามมาด้วย และถูกปรับใช้ในบริบทใหม่ ทั้งในโรงสี ร้านค้า ตลาดสด และโรงงานขนาดเล็ก ปุ้งกี๋สานจึงเป็นวัตถุที่เดินทางข้ามทะเลมาพร้อมกับผู้คน และยังคงทํางานอยู่ในย่านการค้าของกรุงเทพฯ มาจนถึงยุคที่ปุ้งกี๋พลาสติกเข้ามาแทนที่ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี้เอง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-004🧺 เครื่องจักสาน

กระด้งฝัดข้าว (คู่)

แต้จิ๋ว: 棵葫 ( ก๋วยโอ๊ว )

กระด้งไม้ไผ่สองใบต่างขนาดที่จัดแสดงคู่กันนี้ แม้รูปทรงคล้ายกันแต่ทําหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ใบใหญ่สานเนื้อทึบด้วยตอกแบนลายขัดสองเส้น ขอบเย็บด้วยหวายเส้นเล็กถี่เป็นระเบียบ ใช้ตากและรองของ ส่วนใบเล็กสานเนื้อโปร่งกว่า เว้นช่องระหว่างเส้นตอกอย่างจงใจขอบรัดด้วยตอกเป็นระยะห่าง ทําหน้าที่เป็นตะแกรงร่อน สีของไผ่ทั้งสองใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองจากแดดและควันไฟในครัวที่สะสมมานาน หน้าที่ดั้งเดิมของกระด้งคือการทําความสะอาดข้าว หลังจากตําหรือสีข้าวแล้ว ผู้หญิงในบ้านจะฝัดข้าวด้วยการสะบัดกระด้งขึ้นลงเป็นจังหวะ ให้ลมพัดรําและแกลบปลิวออก แล้วจึงร่อนด้วยกระด้งตาโปร่งเพื่อคัดกรวดและเมล็ดข้าวหักออกอีกชั้นหนึ่ง งานนี้ต้องอาศัยข้อมือและจังหวะที่แม่นยํา เด็กผู้หญิงในบ้านจึงมักถูกฝึกให้ฝัดข้าวตั้งแต่ยังเล็กควบคู่กับงานครัวอื่น ๆ ในครัวเรือนจีนโพ้นทะเล กระด้งมิได้ใช้เพียงงานข้าวเท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์หลักของการถนอมอาหารซึ่งเป็นหัวใจของสํารับแต้จิ๋ว ทั้งการตากหัวไช้โป๊ว ผักกาดดอง บ๊วยดอง ปลาเค็ม กุ้งแห้ง และเครื่องเทศต่าง ๆ ครัวแต้จิ๋วนั้นขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสอ่อนที่พึ่งพาความสดของวัตถุดิบเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็มีเครื่องเคียงประเภทของดองและของเค็มเป็นตัวชูรส ซึ่งล้วนต้องผ่านการตากบนกระด้งทั้งสิ้น นอกจากงานครัวแล้ว กระด้งยังถูกใช้ในพิธีกรรม เช่น ใช้รองเครื่องเซ่นไหว้ ใช้รองข้าวของในพิธีมงคล และในบางท้องถิ่นใช้ครอบเด็กแรกเกิดเป็นเคล็ดคุ้มครอง ปัจจุบันกระด้งจํานวนมากถูกปลดจากหน้าที่เดิมและถูกนํามาแขวนประดับผนังร้านอาหารและบ้านเรือน ซึ่งแม้จะเป็นการใช้งานที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็ช่วยให้วัตถุชนิดนี้ยังคงอยู่ในสายตาของคนรุ่นใหม่ต่อไป

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-005🏮 ของใช้ในเรือน

จักรเย็บผ้าซิงเกอร์แบบถีบเท้า

แต้จิ๋ว 缝纫机 (ฮวง เชีย) · โครงเหล็กหล่อพร้อมโต๊ะไม้และลิ้นชักข้าง

จักรเย็บผ้าหลังนี้ประกอบด้วยหัวจักรเหล็กหล่อสีดําพิมพ์อักษรทองว่า SINGER ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ที่มีลิ้นชักสองข้างสําหรับเก็บด้าย เข็ม และกรรไกร ขาตั้งเป็นเหล็กหล่อฉลุลายโปร่งอย่างงดงามตามแบบโรงงานยุโรปในต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ด้านล่างมีแป้นถีบเหล็กฉลุอักษรยี่ห้อ เชื่อมกับล้อสายพานที่ส่งกําลังขึ้นไปหมุนหัวจักร ไม้หน้าโต๊ะมีรอยแตกและคราบน้ำมันสะสม ส่วนโลหะขึ้นสนิมเป็นชั้นบาง ๆทั้งหมดนี้คือร่องรอยของการทํางานจริงที่ยาวนาน มิใช่ของสะสมที่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ จักรซิงเกอร์เข้าสู่สยามตั้งแต่ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และแพร่หลายอย่างรวดเร็วในหมู่ครัวเรือนที่ต้องการอาชีพเสริม สําหรับผู้อพยพชาวจีน จักรเย็บผ้าคือ "เครื่องมือทํากิน" ที่มีความหมายมากกว่าเครื่องใช้ เพราะเป็นสินทรัพย์ชิ้นแรกที่หลายครอบครัวสามารถซื้อได้หลังจากทํางานเก็บเงินอยู่หลายปี บ่อยครั้งซื้อด้วยระบบผ่อนส่งผ่านร้านตัวแทนในย่านเยาวราชและสําเพ็ง ผู้อพยพจํานวนมากเริ่มต้นชีวิตในสยามด้วยจักรเพียงหลังเดียว รับตัดเย็บกางเกงแพร เสื้อคอกลม ชุดนักเรียน และผ้าม่าน ทํางานกันตั้งแต่เช้าจรดดึกในห้องแถวคูหาเดียวที่เป็นทั้งร้าน ที่นอน และครัว รายได้จากจักรหลังนั้นถูกแปรเป็นค่าเล่าเรียนของลูก เป็นทุนตั้งร้านและเป็นเงินที่ส่งกลับไปเลี้ยงดูบิดามารดาที่เมืองจีน ในความหมายนี้ จักรเย็บผ้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเลื่อนชั้นทางสังคมของหลายตระกูล ธรรมเนียมที่พบทั่วไปคือจักรหลังหนึ่งจะไม่ถูกขายทิ้ง แม้เลิกใช้แล้วก็ยังตั้งไว้ในบ้านหรือส่งต่อให้ลูกหลาน ด้วยความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่"เลี้ยงครอบครัวมา" คนรุ่นหลานจํานวนไม่น้อยจึงเติบโตมากับจักรที่ไม่ได้เย็บอะไรอีกแล้ว แต่ยังคงตั้งอยู่มุมบ้านในฐานะอนุสรณ์เงียบ ๆของความอดทนในรุ่นก่อนหน้า

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-006🏮 ของใช้ในเรือน

กระโถนเคลือบลายดอกไม้ (คู่)

แต้จิ๋ว : 搪瓷 (ตี่ กัง) · เครื่องเคลือบ

กระโถนคู่นี้ทําจากแผ่นโลหะขึ้นรูปแล้วเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบเนื้อแก้ว พื้นสีขาวไล่เป็นสีแดงชาดที่ขอบปากและฐาน ตกแต่งด้วยรูปลอกลายช่อดอกไม้หลากสีและลายดอกบัว ขอบปากใบหนึ่งเดินเส้นสีน้ำเงินเข้ม ทรงของภาชนะเป็นแบบปากบานกว้าง คอคอด ตัวป่อง และฐานเป็นแท่นกลมซ้อนชั้น ซึ่งเป็นรูปทรงมาตรฐานของเครื่องเคลือบจีนที่ผลิตในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ เครื่องเคลือบประเภทนี้เข้าสู่ประเทศไทยเป็นจํานวนมากในช่วงราวทศวรรษ ๒๕๐๐ ถึง ๒๕๒๐ ด้วยคุณสมบัติที่ทนทาน ไม่แตกง่ายเหมือนกระเบื้อง ล้างสะอาด และราคาไม่แพง จึงแทนที่ภาชนะดินเผาและไม้ในครัวเรือนอย่างรวดเร็ว บ้านคนจีนในยุคนั้นมักมีเครื่องเคลือบลายเดียวกันครบชุด ทั้งกะละมัง ถ้วย ถาด กระโถน และปิ่นโต ซึ่งกลายเป็นภาพจําของบ้านห้องแถวย่านการค้าไปโดยปริยาย นอกจากการใช้งานประจําวัน กระโถนสีแดง–ขาวคู่หนึ่งยังมีสถานะเป็น "เครื่องสินสมรส" ที่บิดามารดาจัดให้บุตรสาวนําติดตัวไปเรือนสามีธรรมเนียมนี้สืบเนื่องมาจากคติจีนโบราณเรื่อง "ถังลูกหลาน" (子孙桶) ซึ่งเดิมเป็นถังไม้ทาสีแดงสําหรับใช้ในห้องหอ ถือเป็นภาชนะมงคลที่สื่อถึงการสืบสกุลและความอุดมสมบูรณ์ของครอบครัวใหม่ เมื่อวัสดุเปลี่ยนจากไม้แดงมาเป็นโลหะเคลือบตามยุคสมัย ความหมายเชิงพิธีกรรมกลับไม่ได้เปลี่ยนตาม รายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนความคิดของคนจีนได้ดีคือ ของในห้องหอต้องเป็น "คู่" เสมอ และควรมีสีแดงหรืออักษรมงคลกํากับ แม้แต่ภาชนะที่ดูสามัญที่สุดก็ถูกทําให้เป็นมงคลได้ด้วยสีและลวดลาย นี่คือลักษณะเด่นของวัฒนธรรมจีนที่ไม่แยกโลกของพิธีกรรมออกจากโลกของชีวิตประจําวัน หากผสานทั้งสองเข้าด้วยกันในข้าวของที่ใช้อยู่ทุกวัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-007🏮 ของใช้ในเรือน

ขาตั้งอ่างล้างหน้าไม้ลงรักปิดทอง

แต้จิ๋ว: 面盆架 (หมิ่ง ยุ่ง แก่) · ไม้ทาสีแดงชาด ประดับลายแกะสลักปิดทอง

เครื่องเรือนชิ้นนี้เป็นขาตั้งไม้ทรงสูงเพรียว ทาสีแดงชาดทั้งหลัง ส่วนบนสุดประดับลายแกะสลักปิดทองรูปพรรณพฤกษาและสัตว์มงคล ถัดลงมาติดกระจกเงาทรงรีล้อมด้วยกรอบแกะสลักโปร่ง ต่ำลงมาอีกชั้นมีลิ้นชักเล็กสําหรับเก็บหวี น้ำมันใส่ผม และเครื่องแป้ง ส่วนกลางเจาะเป็นวงกลมสําหรับวางอ่างล้างหน้าให้พอดี และมีชั้นล่างสุดสําหรับวางกระโถน ทั้งหมดออกแบบให้กิจวัตรการชําระล้างและแต่งตัวเสร็จสิ้นได้ในจุดเดียว ขาตั้งอ่างล้างหน้าเป็นหนึ่งใน "เครื่องวิวาห์แดง" ที่ครอบครัวฝ่ายหญิงจัดให้บุตรสาวนําติดตัวไปเรือนสามี ตามธรรมเนียม "สิบลี้เครื่องวิวาห์แดง" (十里红妆) ซึ่งขบวนสินสมรสของบ้านที่มั่งคั่งจะยาวเหยียดจนเปรียบได้กับระยะทางสิบลี้ เครื่องเรือนไม้แดงทุกชิ้นในขบวนล้วนเป็นเครื่องประกาศฐานะของบ้านฝ่ายเจ้าสาวต่อสาธารณะ ขนาดและความวิจิตรของขาตั้งจึงถูกจับตามองไม่แพ้ทองรูปพรรณ เมื่อเข้าสู่ห้องหอแล้ว เครื่องเรือนชิ้นนี้มีบทบาทในพิธีสําคัญคือพิธี "หวีผม" (梳头) ซึ่งผู้ใหญ่ในบ้านจะหวีผมให้เจ้าสาวพร้อมกล่าวคําอวยพรเป็นบทกลอนสี่วรรค อวยพรให้ครองรักยืนยาว มีบุตรหลานสืบสกุล และอยู่เย็นเป็นสุขจนแก่เฒ่า กระจกเงาบนขาตั้งจึงมิใช่เพียงของใช้ หากเป็นฉากของช่วงเวลาที่หญิงสาวคนหนึ่งอําลาสถานะเดิมของตนอย่างเป็นทางการ สีแดงและทองที่ใช้ทั่วทั้งชิ้นเป็นสีแห่งมงคลและเกียรติยศตามคติจีน การลงรักปิดทองบนเครื่องเรือนยังเป็นงานช่างที่เชื่อมโยงกับสกุลช่างแกะไม้ปิดทองแต้จิ๋วโดยตรง ผู้ชมที่สนใจสามารถสังเกตความคล้ายคลึงกันของลายฉลุบนขาตั้งใบนี้กับลายบนบานประตูและแท่นบูชาในศาลเจ้าเก่าแก่ย่านเยาวราชได้ไม่ยาก

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-008🏮 ของใช้ในเรือน

อ่างล้างหน้าเคลือบอักษรซังฮี้

แต้จิ๋ว: 面盆 (หมิ่ง พุ้ง)· ลายอักษร 囍 (ซังฮี้)

อ่างใบนี้ทําจากโลหะเคลือบสีขาว ทรงปากผายก้นตื้น เขียนลายดอกไม้หลากสีทั้งด้านนอกและด้านใน กลางก้นอ่างเขียนอักษร 囍 สีแดงขนาดใหญ่เห็นเด่นชัด อักษรนี้เรียกว่า "ซังฮี้" หรืออักษรยินดีคู่ เกิดจากการนําอักษร 喜 ที่แปลว่ายินดีมาเขียนซ้อนกันสองตัว ใช้เฉพาะในงานมงคลสมรสเท่านั้น จะไม่ปรากฏบนข้าวของในโอกาสอื่นเลย อ่างใบนี้เป็นชุดเดียวกับขาตั้งไม้แดงที่จัดแสดงคู่กัน ใช้ในพิธีล้างหน้าของเจ้าสาวในเช้าวันเข้าเรือน และเก็บรักษาต่อไปในฐานะของใช้ประจําห้องหอ ในธรรมเนียมจีน การล้างหน้าเช้าวันแต่งงานมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความบริสุทธิ์ และในบางท้องถิ่นมีการใส่ใบไม้มงคลหรือเหรียญลงในน้ำเพื่อเสริมสิริมงคลอีกชั้นหนึ่ง การที่ข้าวของในห้องหอต้องมีอักษรมงคลกํากับ สะท้อนความเชื่อว่าตัวอักษรมิได้ทําหน้าที่เพียงสื่อความหมาย หากเป็นสิ่งที่มีพลังในตัวเอง คําอวยพรที่เขียนไว้บนภาชนะจะทํางานอยู่ตลอดเวลาที่ภาชนะนั้นถูกใช้งาน นี่คือเหตุผลที่บ้านคนจีนเต็มไปด้วยตัวอักษร ทั้งบนป้ายเหนือประตู บนกระถางธูป บนถ้วยชาม และบนผ้าคลุมเตียง สําหรับคนรุ่นหลัง อ่างเคลือบใบนี้อาจดูเป็นเพียงของใช้เก่า แต่สําหรับผู้ที่ผ่านพิธีวิวาห์แบบจีนมาแล้ว การเห็นอักษรซังฮี้บนก้นอ่างย่อมเรียกความทรงจํากลับมาได้ทันที ทั้งกลิ่นธูป เสียงประทัด และภาพของผู้ใหญ่ที่ยืนอวยพรอยู่ข้างเตียง วัตถุจึงทําหน้าที่เป็นกุญแจเปิดความทรงจําร่วมของคนทั้งชุมชน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-009🏮 ของใช้ในเรือน

ร่มกระดาษน้ำมันเขียนพู่กัน

แต้จิ๋ว: 油纸伞 (อิ่ว จัว สั่ว)

ร่มคันนี้ทําจากโครงไม้ไผ่เหลาบางจํานวนมากประกอบกันเป็นซี่ หุ้มด้วยกระดาษสาที่ชุบน้ำมันตังเพื่อให้กันน้ำได้ ผิวกระดาษมีสีนวลอมเหลืองตามอายุ เขียนลายดอกไม้และอักษรจีนด้วยพู่กันอย่างอิสระ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของร่มกระดาษที่ทําด้วยมือ เพราะช่างจะเขียนลายลงบนร่มแต่ละคันโดยไม่ซ้ำกัน ในชีวิตประจําวัน ร่มกระดาษน้ำมันเป็นเครื่องกันแดดกันฝนของชาวจีนตอนใต้มาแต่โบราณ ก่อนที่ร่มผ้าและร่มไนลอนจะเข้ามาแทนที่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ วิธีทําต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่ง ตั้งแต่การเหลาซี่ไผ่ให้เท่ากันทุกซี่ การประกอบโครง การปะกระดาษทีละแผ่นไปจนถึงการชุบน้ำมันและตากแดดหลายรอบ บทบาทที่สําคัญที่สุดของร่มชนิดนี้อยู่ในพิธีวิวาห์ ธรรมเนียมกําหนดให้มีผู้ถือร่มแดงกางกั้นเหนือศีรษะเจ้าสาวขณะก้าวออกจากเรือนเดิมและขึ้นเกี้ยว ด้วยความเชื่อว่าเจ้าสาวในวันแต่งงานเป็นผู้มีมงคลสูงยิ่ง จึงต้องกันมิให้ต้องแสงอาทิตย์โดยตรง และป้องกันสิ่งไม่ดีจากเบื้องบน ในคติแต้จิ๋วบางสายยังถือว่าร่มทําหน้าที่ "ปิดฟ้า" ระหว่างที่เจ้าสาวยังไม่ถึงบ้านใหม่ เพราะเป็นช่วงที่เธอมิได้อยู่ในความคุ้มครองของบรรพชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเต็มที่ อีกนัยหนึ่ง คําว่าร่มในภาษาจีนออกเสียงพ้องกับคําที่มีความหมายถึงการมีลูกหลานเต็มบ้าน ร่มจึงเป็นเครื่องมงคลสองชั้นทั้งในแง่การคุ้มครองและในแง่การสืบสกุล การเล่นคําเช่นนี้พบได้ทั่วไปในของมงคลจีน และเป็นเหตุผลว่าทําไมของบางอย่างจึงปรากฏในพิธี ทั้งที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันเลยเมื่อมองจากภายนอก

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-010🧺 เครื่องจักสาน

กล่องสานประดับโลหะทองเหลือง

สันนิษฐาน: กล่องเข็มด้าย/กล่องเครื่องประดับส่วนตัวของสตรี (首饰盒) ซิว เส็ก อั๊บ

กล่องใบนี้เป็นงานสานที่ละเอียดที่สุดชิ้นหนึ่งในนิทรรศการ ตัวกล่องทรงสี่เหลี่ยมมุมตัด สานด้วยตอกไผ่เส้นเล็กมากขึ้นเป็นลายเรขาคณิตซ้อนชั้นทั้งบนฝาและรอบตัวกล่อง โดยใช้ตอกสีเข้มและสีอ่อนสลับกันจนเกิดลายคล้ายผ้าทอ ประดับด้วยโลหะทองเหลืองฉลุลายดอกไม้ที่มุมฝาทั้งสองด้าน ส่วนกลางมีบานพับและห่วงสลักรูปปีกผีเสื้อพร้อมลูกกลมทองเหลืองสามลูก ซึ่งทําหน้าที่ทั้งเป็นที่จับและเป็นเครื่องประดับ กล่องลักษณะนี้เป็นของใช้ส่วนตัวของสตรีในเรือน ใช้เก็บเข็ม ด้าย กรรไกร ปลอกนิ้ว และเครื่องประดับชิ้นเล็ก ในบ้านที่มีฐานะมักมีกล่องหลายใบแยกตามประเภทของ ความประณีตของลายสานและโลหะประดับบ่งบอกชัดว่ามิใช่ของใช้สามัญ หากเป็นของที่จัดเตรียมอย่างตั้งใจ อาจเป็นของขวัญจากผู้ใหญ่ หรือเป็นหนึ่งในสินสมรสที่บุตรสาวนําติดตัวไปเรือนสามี เบื้องหลังของกล่องเข็มด้ายคือค่านิยมที่ว่าฝีมือเย็บปักถักร้อยเป็นคุณสมบัติสําคัญของกุลสตรีจีน เด็กหญิงถูกฝึกให้เย็บผ้าตั้งแต่อายุยังน้อย และผลงานปักของเจ้าสาวจะถูกนําออกแสดงให้ญาติฝ่ายชายชมในวันแต่งงาน เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ความขยันและความประณีต ในหลายกรณี เสื้อผ้าและรองเท้าที่เจ้าสาวเย็บเองยังถูกใช้เป็นของกํานัลแก่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายสามีอีกด้วย เมื่อพิจารณาร่วมกับวัตถุอื่นในตู้เดียวกัน กล่องใบนี้ช่วยเติมเต็มภาพชีวิตของผู้หญิงในเรือนแต้จิ๋ว ซึ่งมักถูกบันทึกไว้น้อยกว่าผู้ชายในเอกสารประวัติศาสตร์ ข้าวของขนาดเล็กที่ผู้หญิงใช้ทุกวันจึงกลายเป็นหลักฐานสําคัญที่ช่วยให้เราได้ยินเสียงของคนกลุ่มนี้ แม้จะไม่มีชื่อของเธอปรากฏอยู่บนวัตถุเลยก็ตาม

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-011📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ซองจดหมายทางอากาศจากเมืองจีนถึงกรุงเทพฯ

จีน: 侨批 (เกี้ยวพวย) · จดหมายเงินของชาวจีนโพ้นทะเล

ในบรรดาวัตถุทั้งหมดที่จัดแสดง ชิ้นที่มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากที่สุดอาจเป็นเพียงกระดาษแผ่นบางที่ยับย่นและฉีกขาดใบนี้ ซองจดหมายกระดาษบางขอบพิมพ์ริ้วสีแดง–น้ำเงินตามแบบไปรษณีย์อากาศ ประทับตรา 航空 / PAR AVION ที่มุมบนซ้าย จ่าหน้าซองด้วยลายมือสองภาษาบนหน้าเดียวกัน ด้านขวาเขียนที่อยู่ปลายทางเป็นอักษรจีนด้วยพู่กัน ระบุ "泰國曼谷" อันหมายถึงกรุงเทพฯประเทศไทย ส่วนด้านซ้ายเขียนที่อยู่เดียวกันเป็นภาษาไทยด้วยลายมือ ตัวซองผ่านการซ่อมและใส่กรอบเก็บรักษาไว้อย่างดี เอกสารประเภทนี้เรียกว่า "โพยก๊วน" หรือ 侨批 คือจดหมายที่ชาวจีนโพ้นทะเลส่งกลับบ้านเกิดพร้อมกับเงินที่ส่งไปเลี้ยงดูครอบครัว ในยุคที่ระบบธนาคารสมัยใหม่ยังเข้าไม่ถึงหมู่บ้านชนบทในกวางตุ้งและฮกเกี้ยน การส่งเงินอาศัยเครือข่ายที่เรียกว่า "ร้านโพยก๊วน" ซึ่งมีคนเดินโพยทําหน้าที่รับเงินและจดหมายจากผู้ส่งในต่างแดน แล้วนําไปส่งถึงมือญาติที่บ้านเกิดด้วยตนเอง สิ่งที่ทําให้ระบบนี้ทํางานได้ตลอดกว่าร้อยปีมิใช่กฎหมายหรือสัญญา หากเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนบ้านเดียวกันและตระกูลเดียวกัน คนเดินโพยที่โกงเงินย่อมไม่อาจกลับไปอยู่ในหมู่บ้านของตนได้อีก เครือข่ายนี้จึงมีต้นทุนทางสังคมเป็นหลักประกัน และเป็นตัวอย่างที่นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจใช้ศึกษาเรื่องระบบการเงินนอกระบบมาโดยตลอด องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเอกสารโพยก๊วนไว้ในทะเบียนความทรงจําแห่งโลกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖ การที่ซองใบเดียวมีสองภาษาเขียนอยู่คนละด้าน สะท้อนภาวะ "สองบ้าน" ของคนรุ่นแรกได้ชัดเจนกว่าคําบรรยายใด ๆ ด้านหนึ่งคือบ้านที่จากมาและยังต้องส่งเงินกลับไปดูแล อีกด้านหนึ่งคือบ้านใหม่ที่กําลังลงหลักปักฐานและมีลูกหลานเกิดขึ้นแล้ว ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้คงไม่คิดว่าซองที่ตนจ่าหน้าจะกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาในอีกหลายสิบปีต่อมา

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-012🍵 วัฒนธรรมชา

ชุดน้ำชากังฟูแต้จิ๋ว

แต้จิ๋ว: 阿嬷何玉贤 (อาม่า ฮ้อเง๊กเฮี้ยง)

ชุดที่จัดแสดงประกอบด้วยป้านชาดินเผาสีแดงทรงเตี้ยขนาดเล็กเท่ากํามือ ถ้วยชาเนื้อขาวเขียนลายบุคคลสามใบวางคว่ำอยู่ในถาดชาที่เจาะรูสําหรับระบายน้ำร้อนที่ใช้ลวกถ้วย ถัดมาคือกาน้ำชาเคลือบลายดอกไม้ใบใหญ่พร้อมสายหิ้วถักสีแดง–ขาว จัดวางรวมอยู่บนกระด้งไผ่พร้อมพัดใบไม้สานสําหรับพัดเตาถ่านให้น้ำเดือดได้ที่ การชงชากังฟูคือหัวใจทางวัฒนธรรมของชาวแต้จิ๋วอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หลักการสําคัญอยู่ที่ ป้านเล็ก ถ้วยเล็ก ใบชามาก และน้ำร้อนจัดใบชาที่ใช้มักเป็นชาอูหลงประเภทเฟิ่งหวงตานฉง (凤凰单丛) จากภูเขาเฟิ่งหวงในเขตแต้จิ๋ว ซึ่งมีกลิ่นดอกไม้เด่นชัด ผู้ชงจะบรรจุใบชาเกือบเต็มป้าน ราดน้ำร้อนจนล้น ปาดฟองทิ้ง แล้วรินอย่างรวดเร็วเป็นวงกลมเวียนถ้วยทั้งสามใบให้น้ำชาเข้มเท่ากันทุกถ้วย เทคนิคนี้เรียกกันว่า "กวนกงตรวจแถว" ตามชื่อตัวละครในสามก๊ก รายละเอียดที่คนนอกวัฒนธรรมมักสงสัยคือ เหตุใดจึงมีถ้วยเพียงสามใบเสมอ ไม่ว่าจะมีผู้ร่วมวงกี่คน คําอธิบายที่ยึดถือกันคือการจํากัดจํานวนถ้วยบังคับให้ต้องมีการเวียนถ้วย และการเวียนถ้วยคือกลไกทางสังคมที่แสดงลําดับอาวุโสและน้ำใจไมตรี ถ้วยแรกยกให้แขกหรือผู้อาวุโสที่สุดเสมอ ผู้ชงเป็นคนดื่มทีหลังสุด การรอคอยและการยกให้กันจึงกลายเป็นเนื้อหาของการสนทนาไปในตัว ด้วยเหตุนี้ การชงชากังฟูจึงมิใช่เพียงการดื่ม แต่คือพิธีการทางสังคมที่ใช้ต้อนรับแขก เจรจาการค้า สู่ขอบุตรสาว และไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างครอบครัวมาแต่โบราณ ในร้านค้าย่านเยาวราชและทรงวาด โต๊ะชาคือโต๊ะเจรจา ราคาสินค้าและข้อตกลงจํานวนมากถูกตกลงกันเสร็จสิ้นระหว่างชาสองสามรอบ โดยไม่ต้องมีเอกสารใด ๆ วัฒนธรรมชาจึงเป็นทั้งมารยาท เครื่องมือทางธุรกิจ และเครื่องหมายประจําตัวของชาวแต้จิ๋วในเวลาเดียวกัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-013🍲 เครื่องครัวและอาหาร

ครกหินพร้อมสาก

จีน: 白臼 (เจียะ ขู)

ครกใบนี้สกัดจากหินแกรนิตทั้งก้อน ทรงกลมปากหนา มีหูจับยื่นออกสองข้างสําหรับยกและตรึงไม่ให้ครกขยับขณะตํา ผิวนอกยังคงรอยสกัดหยาบ ส่วนผิวในสึกเรียบเป็นเงาจากการเสียดสีมาหลายสิบปี สากทําจากหินชนิดเดียวกัน ทรงกระบอกปลายมน ขนาดพอดีมือ น้ำหนักของทั้งชุดมากพอที่จะทําให้การตําอาศัยแรงตกของสากมากกว่าแรงกดของแขน ซึ่งเป็นหลักการที่ทําให้ครกหินตําได้ละเอียดกว่าครกไม้ ครกหินเป็นเครื่องครัวที่สะท้อนการผสมผสานทางวัฒนธรรมในครัวเรือนจีน–ไทยได้ดีที่สุดชิ้นหนึ่ง เพราะครกใบเดียวถูกใช้ทั้งตํากระเทียม พริกไทย และรากผักชีสําหรับปรุงอาหารจีน ตําเครื่องแกงและน้ำพริกแบบไทย และตําแป้งข้าวเหนียวสําหรับทําขนมเข่งและขนมเทียนในเทศกาลตรุษจีน ครัวของครอบครัวจีนในไทยจึงไม่เคยเป็นครัวจีนล้วน หากเป็นพื้นที่ที่สองวัฒนธรรมอาหารมาบรรจบกันตั้งแต่รุ่นแรก ในถิ่นแต้จิ๋วเอง ครกมีบทบาทเฉพาะในการทําเครื่องปรุงประจําถิ่น เช่น การตําพริกและกระเทียมทําน้ำจิ้ม การโขลกเนื้อปลาให้เหนียวสําหรับทําลูกชิ้นปลาแต้จิ๋วที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด้ง และการตําเครื่องเทศสําหรับหมักเนื้อ ความอร่อยของอาหารแต้จิ๋วหลายอย่างขึ้นอยู่กับเนื้อสัมผัสที่เครื่องจักรทําแทนได้ไม่เหมือนเดิม แม่ครัวรุ่นเก่าจํานวนมากจึงยังยืนยันที่จะใช้ครกอยู่จนทุกวันนี้ ครกที่ใช้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนมักถูกถือว่าเป็นของประจําบ้านที่ไม่ควรขายหรือทิ้ง บางบ้านถือเป็นเคล็ดว่าครกที่ใช้มานานจะ"มีรส" อยู่ในเนื้อหิน และการยกครกออกจากบ้านเท่ากับยกความอุดมสมบูรณ์ออกไปด้วย ความเชื่อลักษณะนี้พบได้ทั้งในวัฒนธรรมจีนและไทย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทําให้ครกหินยังคงอยู่ในครัวไทยเชื้อสายจีนมาจนถึงปัจจุบัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-014⚒️ เครื่องมือและเครื่องดนตรี

ลูกคิดจีน (คู่)

แต้จิ๋ว: สึ่งปั๊ว (算盘)

ลูกคิดสองอันที่จัดแสดงมีขนาดต่างกัน แต่โครงสร้างเหมือนกันคือกรอบไม้ทาสีดํา ภายในแบ่งเป็นสองชั้นด้วยคานกลาง ชั้นบนมีเม็ดสองเม็ดต่อแกน ชั้นล่างมีห้าเม็ด ตามระบบ ๒ บน ๕ ล่าง อันเป็นแบบแผนของลูกคิดจีนดั้งเดิมที่ใช้กันมาตั้งแต่ราชวงศ์หมิง มุมกรอบหุ้มด้วยโลหะทองเหลืองเพื่อความทนทาน และมีแผ่นโลหะสลักติดไว้กลางคานสําหรับระบุยี่ห้อหรือชื่อร้าน เม็ดลูกคิดสีดําสนิทและมีผิวมันจากการสัมผัสซ้ำ ๆ ตลอดหลายปี เหตุที่ลูกคิดจีนมีเม็ดมากกว่าที่จําเป็นในระบบเลขฐานสิบ เป็นเพราะเดิมทีต้องใช้คํานวณหน่วยน้ำหนักและเงินตราจีนที่เป็นฐานสิบหก คือหนึ่งชั่งเท่ากับสิบหกตําลึง ลูกคิดแบบ ๒ บน ๕ ล่างจึงรองรับการคิดทั้งสองระบบได้ในเครื่องเดียว รายละเอียดเล็ก ๆ นี้เป็นร่องรอยของระบบเศรษฐกิจเก่าที่ยังคงฝังอยู่ในเครื่องมือ แม้ผู้ใช้ในยุคหลังจะไม่ได้ใช้ความสามารถส่วนนั้นแล้วก็ตาม ลูกคิดคือเครื่องมือคู่ชีวิตของพ่อค้าจีนโพ้นทะเล ร้านค้าในเยาวราช ทรงวาด สําเพ็ง และตลาดหัวเมืองทั่วประเทศใช้ลูกคิดคิดบัญชีมาจนถึงราวทศวรรษ ๒๕๓๐ ก่อนเครื่องคิดเลขไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่ ผู้ที่ชํานาญจริงสามารถดีดลูกคิดได้เร็วกว่ากดเครื่องคิดเลข และแม่นยํากว่าเพราะมองเห็นตัวเลขทั้งจํานวนอยู่ตรงหน้าตลอดเวลา ในเชิงการศึกษา การดีดลูกคิดถูกถือเป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องฝึกควบคู่กับการท่องอักษร เด็กชายจีนจํานวนมากถูกให้นั่งดีดลูกคิดหลังเลิกเรียนเพื่อเตรียมสืบทอดกิจการของวงศ์ตระกูล โรงเรียนจีนในไทยหลายแห่งเคยบรรจุวิชานี้ไว้ในหลักสูตร และมีการจัดแข่งขันคิดเลขด้วยลูกคิดเป็นประจํา ทักษะดังกล่าวยังส่งผลต่อการคิดเลขในใจ เพราะผู้ฝึกจะสร้างภาพลูกคิดขึ้นในความคิดและดีดในจินตนาการได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์จริง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-015🍲 เครื่องครัวและอาหาร

เขียงไม้ทรงกลม

จีน: 砧板 (เตียง)

เขียงใบนี้ตัดขวางจากลําต้นไม้เนื้อแข็งทั้งท่อน จึงเห็นวงปีและเสี้ยนไม้เรียงตัวเป็นวงกลมชัดเจน หน้าเขียงเต็มไปด้วยรอยมีดสับไขว้กันหนาแน่นจนเนื้อไม้ตรงกลางยุบลงเป็นแอ่งตื้น ขอบด้านล่างแตกร้าวและมีคราบสีเข้มสะสม ความหนาของเขียงมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเขียงแบบแผ่นประกบ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเขียงจีนที่ต้องรับแรงสับหนัก เหตุผลที่ครัวจีนต้องใช้เขียงไม้ทั้งท่อนอยู่ที่ลักษณะของอาหาร การสับหมู สับเป็ด สับไก่ทั้งตัว และสับกระดูกเพื่อเคี่ยวน้ำซุปล้วนต้องใช้มีดหนักฟันลงเต็มแรง เขียงที่ทําจากแผ่นไม้ประกบจะแยกออกจากกันในไม่ช้า ไม้ที่นิยมนํามาทําเขียงจึงต้องมีเสี้ยนเหนียวและยืดหยุ่นเช่น ไม้ตาล ไม้มะขาม หรือไม้ขนุน ซึ่งเมื่อถูกมีดฟันแล้วเนื้อไม้จะยุบตัวแล้วคืนรูป ไม่แตกออกเป็นเสี้ยนปนลงในอาหาร ในร้านอาหารและร้านข้าวมันไก่ของคนจีน เขียงถือเป็นอุปกรณ์ประจําตัวของกุ๊กที่ไม่มีใครแตะต้อง การดูแลรักษาต้องทําอย่างสม่ำเสมอทั้งการขูดผิวหน้าให้เรียบ การล้างและตากให้แห้งสนิทเพื่อกันเชื้อรา และบางร้านทาน้ำมันบาง ๆ เพื่อรักษาเนื้อไม้ เขียงที่ใช้มานานจนกลางยุบเป็นแอ่งลึกยังเป็นเครื่องแสดง "อายุงาน" ของร้านที่ลูกค้าประจําสังเกตเห็นได้ ร่องรอยบนหน้าเขียงจึงเป็นบันทึกของมื้ออาหารนับหมื่นนับแสนมื้อที่ผ่านมือแม่ครัวหรือกุ๊กประจําบ้าน วัตถุชิ้นนี้ไม่มีลวดลาย ไม่มีอักษรมงคล และไม่เคยถูกนําออกอวดใคร แต่กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่ชิ้นที่บอกเล่าชีวิตประจําวันของผู้คนได้ตรงไปตรงมาที่สุดในบรรดาวัตถุทั้งหมดที่จัดแสดง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-016🧺 เครื่องจักสาน

ตะกร้าหิ้วมีฝาจารึกอักษรจีน

แต้จิ๋ว: 市蓝 (ฉี่ น้า)

ตะกร้าใบนี้สานด้วยตอกไผ่ลายขัดเป็นทรงสี่เหลี่ยมสอบขึ้นด้านบน มีฝาครอบสานเข้าชุดกัน คันหิ้วโค้งสูงทําจากไผ่เหลาสองเส้นประกบยึดเข้ากับตัวตะกร้าอย่างมั่นคง รูปทรงเช่นนี้ออกแบบมาให้หิ้วเดินได้ในระยะไกลโดยของข้างในไม่กระจัดกระจาย ด้านข้างของตะกร้าเขียนด้วยหมึกจีนเป็นชื่อ 丘美順 ตัวโตชัดเจน บรรทัดล่างระบุปีศักราชเป็นตัวเลขจีน ซึ่งอ่านได้ว่าอยู่ในช่วงทศวรรษ ๑๙๘๐ การเขียนชื่อกํากับลงบนภาชนะเช่นนี้เป็นธรรมเนียมที่พบทั่วไปในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล เนื่องจากตะกร้าจะถูกนําไปใช้ในงานส่วนรวมที่มีภาชนะหน้าตาคล้ายกันจํานวนมาก เช่น งานไหว้ประจําปีที่ศาลเจ้า งานกงเต๊ก งานเลี้ยงของสมาคมตระกูลแซ่ และงานทิ้งกระจาดในเทศกาลสารทจีน เมื่อทุกครอบครัวหิ้วของมาร่วมงาน ชื่อที่เขียนไว้จึงทําหน้าที่ทั้งเป็นเครื่องหมายเจ้าของและเป็นบันทึกว่าครอบครัวใดได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นบ้าง สิ่งที่ทําให้ตะกร้าใบนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือชื่อที่ปรากฏอาจเป็นได้ทั้งชื่อบุคคลและชื่อร้านค้า เพราะธรรมเนียมจีนนิยมตั้งชื่อร้านด้วยคํามงคลสามพยางค์ เช่น คําที่มีความหมายถึงความงามและความราบรื่น หากตรวจสอบกับทะเบียนสมาชิกสมาคมหรือสอบถามผู้บริจาคได้ก็อาจสืบสาวไปถึงตัวตนของเจ้าของเดิมและเรื่องราวเบื้องหลังได้อีกมาก วัตถุที่มีลายมือเขียนกํากับไว้มีคุณค่าต่างจากวัตถุที่ไม่มีอย่างสิ้นเชิง เพราะลายมือคือร่องรอยของบุคคลจริงที่เคยถือของชิ้นนี้อยู่ในมือ ในขณะที่วัตถุส่วนใหญ่ในนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของ "ชาวแต้จิ๋ว" ในภาพรวม ตะกร้าใบนี้กลับชี้ตรงไปยังคนคนหนึ่งและปีหนึ่งที่ระบุได้ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ดีที่สุดสําหรับการทํางานวิจัยประวัติศาสตร์ชุมชนต่อไป

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-017🧺 เครื่องจักสาน

กระเป๋าเดินทางสานหวาย

แต้จิ๋ว: 藤行李行 (ติ๊ง เห่ง ลี เซีย)

กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมสานด้วยหวายเส้นเล็กลายขัดสองชั้น ขอบเสริมด้วยหวายเส้นใหญ่ยึดหมุด ติดหูหิ้วเหล็กหล่อและกลอนล็อกโลหะสองข้าง เนื้อหวายสีน้ำตาลอมส้มจากการใช้งานและกาลเวลา ตามบันทึกในป้ายทะเบียน กระเป๋าใบนี้เป็นกระเป๋าเดินทางของ "อากง" ผู้เดินทางจากเมืองเตี่ยเอี๊ย (潮阳) ถิ่นแต้จิ๋ว มาสู่ประเทศไทยราวพุทธศักราช ๒๔xx โดยมีตระกูลแซ่ลิ้ม (林) เป็นผู้บริจาคให้แก่สมาคมฯ กระเป๋าหวายใบเดียวคือทรัพย์สินทั้งหมดที่ผู้อพยพจํานวนมากมีติดตัวเมื่อลงเรือสําเภาข้ามทะเลจีนใต้ ภายในบรรจุเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดป้ายบรรพบุรุษ และเงินติดตัวเล็กน้อย สํานวนแต้จิ๋วที่ว่ามาถึงสยามด้วย "เสื่อผืนหมอนใบ" จึงมีรูปธรรมอยู่ในวัตถุชิ้นนี้ วัตถุที่ดูสามัญที่สุดในตู้จัดแสดง กลับเป็นชิ้นที่บอกเล่าการก่อร่างสร้างตัวของชุมชนแต้จิ๋วในไทยได้ตรงที่สุด

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-018🍵 วัฒนธรรมชา

ชุดชาแก้วหยกเขียวและป้านชาโลหะสลักลาย

แต้จิ๋ว: 茶壶 (ชง ก่วง)

จัดแสดงคู่กับผลงานพู่กันอักษร "潮汕" (แต้จิ๋ว–ซัวเถา) ประทับตราแดงของผู้เขียน ประกอบด้วยถ้วยชาฝาปิด (盖碗) และถ้วยชาเนื้อแก้วสีเขียวหยกโปร่งแสง ชุดหนึ่ง วางคู่กับป้านชาโลหะขนาดเล็กสลักลายทั่วทั้งใบ หูจับพันด้วยหวายถักกันความร้อน ป้านชาโลหะ (มักทําจากดีบุกผสม) เป็นภาชนะที่ชาวจีนโพ้นทะเลนิยม เพราะทนต่อการเดินทางและไม่แตกง่ายเหมือนดินเผา ส่วนถ้วยฝาปิดเนื้อแก้วสีหยกเป็นของประณีตที่ใช้ในโอกาสรับแขกสําคัญ การจัดวางร่วมกับอักษร "แต้จิ๋ว–ซัวเถา" ที่เขียนด้วยพู่กัน ทําให้ตู้นี้ทําหน้าที่เป็นเสมือน "แถลงการณ์ทางวัฒนธรรม" ว่าน้ำชาคือแก่นของอัตลักษณ์แต้จิ๋ว

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-019🏮 ของใช้ในเรือน

ภาชนะทรงน้ำเต้าสลักอักษรมงคล

แต้จิ๋ว: 葫芦茶罐 (โห่ว โล้ว แต่ ก่วง)

ภาชนะเนื้อสีน้ำตาลเข้มเป็นมันทรงน้ำเต้าสองชั้น ส่วนคอทรงกระบอกปิดด้วยฝาโลหะ ผิวสลักอักษรจีนด้วยเส้นตื้นสีขาว ปรากฏคํามงคลจําพวก "สมปรารถนา" (如意) และ "หมื่นเรื่องราบรื่น" เรียงรอบตัวภาชนะ ภาชนะลักษณะนี้พบในวัฒนธรรมการกินชาของจีนตอนใต้ ใช้บรรจุใบชาหรือครอบป้านชาให้อุ่นตลอดวงสนทนา รูปทรงน้ำเต้า (葫芦)เองก็เป็นสัญลักษณ์มงคล เพราะออกเสียงพ้องกับคําว่า "วาสนา" และ "ทรัพย์" อีกทั้งเชื่อกันว่าน้ำเต้าเก็บกักสิ่งดีงามไว้ไม่ให้รั่วไหล

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-020🍵 วัฒนธรรมชา

กาน้ำชาลายครามรูปมังกร

จีน: 青花龙纹茶壶 ( แต่ ฮู้ )

กาน้ำชาเนื้อกระเบื้องขาวทรงกระบอก เขียนลายครามใต้เคลือบเป็นรูปมังกรเลื้อยท่ามกลางคลื่นและเมฆเต็มรอบตัวกา ไหล่กาเดินลายประจํายามเป็นแถบ ฝาปิดทรงแบนผูกเชือกกันหล่น หูหิ้วทําจากหวายถักเกลียว กาขนาดใหญ่เช่นนี้มิใช่กาชงชากังฟู แต่เป็น "กาน้ำชาประจําร้าน" ที่ตั้งไว้กลางโต๊ะหรือบนเคาน์เตอร์ ให้ลูกค้าและคนในบ้านรินดื่มได้ตลอดวัน พบทั่วไปในร้านโชห่วย ร้านกาแฟ และโรงสีของคนจีนในไทย ลายมังกรบนภาชนะสามัญสะท้อนความเชื่อว่าเครื่องใช้ประจําวันก็ควรมีสิริมงคลกํากับ

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-021⚒️ เครื่องมือและเครื่องดนตรี

คานหาบพร้อมตะขอเหล็ก

แต้จิ๋ว: ตํากัง (担竿)

ไม้คานเนื้อแข็งเหลากลม ปลายทั้งสองข้างบากร่องสําหรับคล้องเชือก พร้อมตะขอเหล็กดัดขนาดใหญ่คู่หนึ่งและลูกตุ้มไม้ผูกเชือกป่าน จัดแสดงวางพาดบนกระด้งไม้ไผ่ คานหาบคือเครื่องมือทํามาหากินที่เป็นภาพจําของชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นบุกเบิก ตั้งแต่หาบก๋วยเตี๋ยว หาบขนม หาบน้ำ ไปจนถึงหาบสินค้าเร่ขายตามตรอกซอย ในพิธีวิวาห์ คานหาบยังทําหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์คือใช้หาบสินสมรสของเจ้าสาวไปส่งบ้านเจ้าบ่าว จึงเป็นวัตถุที่เชื่อมโลกของการทํามาหากินเข้ากับโลกของพิธีกรรมไว้ในชิ้นเดียวกัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-022🍲 เครื่องครัวและอาหาร

ชามข้าวลายคราม

แต้จิ๋ว: 青花碗 (แช ฮวย อั้ว)

ชามกระเบื้องเนื้อขาวอมฟ้าทรงปากผาย เขียนลายครามเป็นแถบดอกไม้กลมเรียงรอบขอบปาก ก้นชามมีเชิงเตี้ย ผิวเคลือบมีรอยสึกและจุดสีตามอายุการใช้งาน ชามข้าวลายครามแบบนี้ผลิตจากเตาในมณฑลกวางตุ้งและฮกเกี้ยน ส่งออกมายังสยามเป็นจํานวนมหาศาลตลอดคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นศตวรรษที่ ๒๐ จนกลายเป็นภาชนะสามัญประจําบ้านทั้งของคนจีนและคนไทย ในวัฒนธรรมแต้จิ๋ว การเสิร์ฟข้าวและการวางตะเกียบมีธรรมเนียมกํากับอย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามปักตะเกียบลงในชามข้าว เพราะเป็นรูปแบบที่ใช้เฉพาะการเซ่นไหว้ผู้ล่วงลับ

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-023🍲 เครื่องครัวและอาหาร

โม่หิน

จีน: 石磨 (เจียะ บ่อ)

โม่หินแกรนิตทรงกระบอกสองท่อนวางซ้อนกัน ท่อนบนเจาะช่องกลางสําหรับหยอดเมล็ดธัญพืชและน้ำ ท่อนล่างเป็นฐานรับ ผิวหินหยาบเป็นเม็ดจากการสกัดด้วยมือ โม่หินคือเครื่องมือหลักของครัวเรือนแต้จิ๋วก่อนยุคเครื่องจักร ใช้โม่ถั่วเหลืองทําเต้าหู้และน้ำเต้าหู้ โม่ข้าวสารทําแป้งสําหรับขนมก้วย และโม่ข้าวเหนียวทําขนมในเทศกาล การโม่แป้งเป็นงานที่ต้องใช้แรงและเวลา มักทํากันตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง โดยผู้หญิงในบ้านผลัดกันหมุนโม่เสียงโม่หินยามเช้ามืดจึงเป็นเสียงประจําย่านคนจีนที่คนรุ่นเก่ายังจดจําได้

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-024🍲 เครื่องครัวและอาหาร

โถกระเบื้องเก็บความร้อนและกระติกน้ำร้อน

อักษรบนโถ: 老爺保號 แต้จิ๋ว: 潮汕风格水杯 (เตี่ย ซัว ฮวง แกะ จุย ปวย)

โถกระเบื้องทรงกระบอกสูงมีหูจับข้างและฝาปิดยอดจุกสีแดง เขียนสีลายทางแดง–เขียว ประดับลายดอกโบตั๋น และเขียนอักษรจีนขนาดใหญ่ไว้กลางตัวโถ จัดแสดงเป็นคู่ ร่วมกับกระติกน้ำร้อนโลหะทรงสูงพิมพ์ภาพทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมจีน กระติกน้ำร้อนคือของใช้ที่ขาดไม่ได้ในบ้านคนจีน เพราะการมีน้ำร้อนพร้อมชงชาตลอดเวลาถือเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานในการต้อนรับแขกกระติกลายทิวทัศน์ผลิตในจีนแผ่นดินใหญ่และนิยมซื้อเป็นของฝากติดมือกลับจากการเยี่ยมบ้านเกิด ส่วนโถกระเบื้องคู่ที่เขียนอักษรไว้เด่นชัด สันนิษฐานว่าเป็นภาชนะที่ระลึกหรือของถวายเนื่องในงานศาลเจ้า

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-025🍲 เครื่องครัวและอาหาร

ปิ่นโตกระเบื้องจารึกอักษร "ฟ้า–ดิน"

แต้จิ๋ว: 蒸锅 (เจง อวย)

ภาชนะกระเบื้องทรงกระบอกซ้อนได้หลายชั้น แต่ละชั้นมีหูจับข้างเล็ก ฝาบนทรงโดมมีจุกจับ เขียนลายกิ่งดอกโบตั๋นสีชมพูและเดินเส้นทองรอบตัว บนฝาเขียนอักษรจีนกํากับไว้ การจารึกอักษร "ฟ้า" "ดิน" (และมักมี "คน" ครบเป็นชุดสาม) บ่งบอกว่าภาชนะชุดนี้ใช้ในงานเซ่นไหว้ มิใช่การกินประจําวัน โดยแยกอาหารสําหรับถวายเทพยดาฟ้า เจ้าที่ และบรรพชน ไว้คนละชั้นอย่างชัดเจน สะท้อนโลกทัศน์จีนที่จัดลําดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสามระดับและสะท้อนความละเอียดของธรรมเนียมไหว้แบบแต้จิ๋วที่ให้ความสําคัญกับความถูกต้องของเครื่องเซ่นเป็นอย่างยิ่ง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-026⚒️ เครื่องมือและเครื่องดนตรี

เครื่องพิมพ์ดีดโอลิมเปีย แป้นภาษาไทย

แต้จิ๋ว: 老式打字机 (เหล่า เส็ก พะ หยี่ กี)

เครื่องพิมพ์ดีดกลไกตัวถังสีครีม แคร่กระดาษยาวสําหรับงานเอกสารแนวนอน แป้นอักษรเป็นภาษาไทยครบชุด ตัวเครื่องมีร่องรอยสีถลอกจากการใช้งานหนัก การที่สมาคมชาวจีนแห่งหนึ่งเก็บรักษาเครื่องพิมพ์ดีดแป้นไทยไว้ มีนัยทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เพราะสมาคมตระกูลแซ่ สมาคมชาวจีน และมูลนิธิต่าง ๆ ต้องติดต่อราชการไทยอยู่เสมอ ทั้งเรื่องทะเบียนสมาคม การขอใบอนุญาต และงานสาธารณกุศล เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องนี้จึงเป็นพยานว่าชุมชนจีนโพ้นทะเลดําเนินชีวิตอยู่บนสองภาษาและสองระบบเอกสารพร้อมกัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-027🧺 เครื่องจักสาน

ฝาชีสานและเครื่องโต๊ะอาหารขนาดเล็ก

แต้จิ๋ว: 花瓶 (ฮวย พิ้ง)

ฝาชีสานหวายทรงโดมเหลี่ยม ลายโปร่งหกเหลี่ยม จัดแสดงคู่กับแจกันกระเบื้องเขียนลายดอกไม้สีน้ำเงิน โถกระเบื้องมีฝา ตะเกียบกระเบื้องลายคราม และที่รองจานสานย้อมสีชมพู–เหลือง ฝาชีสานใช้ครอบอาหารกันแมลงในยุคก่อนมีตู้เย็นและตู้กับข้าวมิดชิด ลายสานโปร่งช่วยระบายไอร้อนไม่ให้อาหารบูดเร็ว ส่วนตะเกียบกระเบื้องเป็นของใช้ที่พบเฉพาะในบ้านที่มีฐานะ เพราะราคาสูงกว่าตะเกียบไม้ไผ่มาก และมักเก็บไว้ใช้เฉพาะเวลามีแขกหรือในงานเทศกาล ของกระจุกกระจิกกลุ่มนี้จึงประกอบกันเป็นภาพ "โต๊ะกินข้าว" ของครัวเรือนจีนได้ครบถ้วน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-028⚒️ เครื่องมือและเครื่องดนตรี

ปี่ แป๊

จีน: 琵琶 (ปี่ แป๊)

เครื่องดนตรีดีดตัวไม้ทรงหยดน้ำ หน้าไม้เนื้ออ่อนสีอ่อน ขอบและคอทาแล็กเกอร์สีน้ำตาลเข้ม มีนมเสียง (frets) ไม้ไผ่เรียงถี่ตลอดคอและลามลงมาบนหน้าเครื่อง ขึงสายโลหะสี่สาย จัดแสดงคู่กับป้ายอักษรพู่กัน ปี่ผาเป็นเครื่องดนตรีหลักของวง ดนตรีสายไหมและไม้ไผ่แต้จิ๋ว (潮州弦诗乐) ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชุมชนแต้จิ๋วในไทยรักษาไว้ผ่านสมาคมและโรงเรียนจีนมาหลายรุ่น วงดนตรีลักษณะนี้บรรเลงในงานไหว้เจ้า งานประจําปีของสมาคม และงานมงคลสมรส บทเพลงจํานวนมากสืบทอดกันด้วยการจําและการต่อเพลงตัวต่อตัวมากกว่าการอ่านโน้ต

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-029🏮 ของใช้ในเรือน

เชิงเทียนอักษรซังฮี

แต้จิ๋ว: 烛台 ( เจ๊กไท้ ) · ไม้แกะฉลุทาสีแดงชาด

เชิงเทียนไม้ทาสีแดง ฐานทรงสี่เหลี่ยมสอบ ส่วนกลางแกะฉลุโปร่งเป็นอักษร 囍 เต็มแผ่น ด้านบนเป็นถาดรองน้ำตาเทียนทรงปีกผีเสื้อกลางถาดมีเดือยกลมสําหรับเสียบเทียน เชิงเทียนคู่นี้ใช้เฉพาะในงานวิวาห์ ตั้งบนโต๊ะไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษในเช้าวันแต่งงาน เทียนแดงคู่ที่จุดในพิธีถือเป็นสัญลักษณ์สําคัญโดยธรรมเนียมกําหนดว่าต้องปล่อยให้เทียนไหม้จนหมดเล่มโดยไม่ดับกลางคัน เพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องทํานายความยืนยาวของชีวิตคู่อักษรซังฮี้ที่ฉลุโปร่งทั้งแผ่นทําให้แสงเทียนลอดผ่านเป็นรูปอักษรมงคลไปทั่วห้องพิธี

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-030🧺 เครื่องจักสาน

กระบอกไม้ไผ่

แต้จิ๋ว: 米筒 (บี๋ ตั๊ง)

กระบอกตัดจากปล้องไม้ไผ่ปล้องเดียว ผิวนอกขัดเรียบเป็นมันสีน้ำตาลอมแดงจากการจับต้องยาวนาน ปากกระบอกตัดเรียบ ก้นเป็นข้อไผ่ธรรมชาติจึงไม่ต้องประกอบเพิ่ม ภาชนะไม้ไผ่ปล้องเดียวคือภูมิปัญญาพื้นฐานที่สุดของเอเชียตะวันออก ใช้ได้ทั้งเป็นกระบอกใส่ตะเกียบข้างเตา กระบอกเก็บพู่กัน หรือกระบอกเซียมซีในศาลเจ้า การที่วัตถุชิ้นนี้จัดแสดงร่วมกับเชิงเทียนซังฮี้และผ้าปูสีแดง ทําให้มีความเป็นไปได้ว่าเกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรม จึงควรตรวจสอบกับข้อมูลผู้บริจาคก่อนระบุหน้าที่ให้ชัดเจน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-031🍲 เครื่องครัวและอาหาร

พิมพ์ขนมไม้

แต้จิ๋ว: ก้วยอิ่ง (粿印) · สำหรับขนม "อั่งท่อก้วย" (红桃粿)

) อั่งท่อก้วย คือขนมประจําชาติแต้จิ๋วอย่างแท้จริง แป้งสีชมพูห่อไส้ข้าวเหนียวผัด กดขึ้นรูปเป็นลูกท้อซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน ใช้เซ่น ชุดพิมพ์ไม้แกะห้าชิ้น ทั้งของเก่าเนื้อไม้สีเข้มและของทําใหม่เนื้อไม้สีอ่อน แต่ละชิ้นแกะเป็นหลุมรูปลูกท้อ ภายในสลักลายอักษรมงคลลายดอกไม้ และลายกรอบเส้นถี่ ด้ามจับยื่นออกด้านข้างสําหรับเคาะขนมออกจากพิมพ์ อีกชิ้นหนึ่งเป็นพิมพ์ทรงกลมด้ามยาวสําหรับขนมชิ้นเล็ก ไหว้ในทุกเทศกาลสําคัญและงานมงคล พิมพ์ไม้แต่ละบ้านมีลายไม่ซ้ำกัน จึงกลายเป็นเสมือนตราประจําตระกูลบนหน้าขนม การที่ตู้นี้จัดแสดงพิมพ์เก่าคู่กับพิมพ์ใหม่ยังบอกเป็นนัยว่างานช่างแขนงนี้ยังไม่สูญหาย

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-032📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ตําราปฏิทินโหราศาสตร์จีน

จีน: 腊日 (หละ ยิก) · พิมพ์ที่นครกวางโจว

หนังสือเล่มบางเย็บสันด้วยเชือกตามแบบจีนโบราณ กระดาษสาสีน้ำตาลอมเหลือง พิมพ์ด้วยหมึกดําและแดงสองสี เนื้อในเป็นตารางแน่นขนัด ระบุวันดี–วันเสีย สิ่งที่ควรทํา (宜) และสิ่งที่ควรเลี่ยง (忌) ในแต่ละวัน พร้อมตําราดูดวงชะตาตามราศี ท้ายเล่มระบุชื่อสํานักพิมพ์และที่อยู่ในนครกวางโจว ทงจือคือหนังสือที่แทบทุกบ้านจีนต้องมีติดไว้หนึ่งเล่ม ใช้เลือกฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์เปิดร้าน ฤกษ์ทําศพ ไปจนถึงวันตัดผมและวันเดินทาง สําหรับผู้อพยพ หนังสือเล่มนี้มีความหมายมากกว่าปฏิทิน เพราะเป็นเครื่องมือที่ทําให้ชีวิตในดินแดนใหม่ยังคงดําเนินตามจังหวะเวลาแบบบ้านเกิดได้ครบถ้วน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-033📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

หนังสือรวบรวมผลงานแกะสลักแต้จิ๋ว

潮汕雕刻作品集

งานแกะสลักไม้ปิดทองแต้จิ๋ว (潮州金漆木雕) เป็นหนึ่งในสี่สกุลช่างแกะไม้ที่สําคัญที่สุดของจีน โดดเด่นที่การแกะฉลุหลายชั้นซ้อนลึก หนังสือปกแข็งขนาดใหญ่ พิมพ์สี่สีอย่างประณีต จัดแสดงเปิดหน้าที่แสดงผลงานแกะสลักไม้ปิดทองในกรอบไม้แดง ภาพจําหลักเล่าเรื่องวรรณกรรมจีนคลาสสิก ระบุชื่อผลงาน วัสดุ (ไม้การบูร) และชื่อศิลปินกํากับทั้งภาษาจีนและอังกฤษ จนตัวละครดูเคลื่อนไหวได้ แล้วปิดทองคําเปลวทับทั้งชิ้น ผู้ที่สนใจสามารถชมงานสกุลช่างนี้ได้จริงตามศาลเจ้าและสมาคมตระกูลแซ่เก่าแก่ในย่านเยาวราชและทรงวาด ซึ่งจ้างช่างจากถิ่นแต้จิ๋วมาทําไว้ตั้งแต่แรกสร้าง สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) จะนําเสนอเกร็ดความรู้วัฒนธรรมแต้จิ๋วอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสืบสานมรดกอันล้ำค่านี้สืบไป

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-034⚒️ เครื่องมือและเครื่องดนตรี

ลูกคิดจีน ๑๕ หลัก (จัดแสดงคู่กับตําราปฏิทิน)

แต้จิ๋ว: ซึ่ง ปั๊ว (算盘) · จัดแสดงร่วมกับตําราทงจือในตู้เดียวกัน

ลูกคิดอันนี้เป็นขนาดใหญ่สําหรับใช้งานจริงบนโต๊ะบัญชีกรอบไม้ทาสีดําสนิท ภายในมีแกนไม้ ๑๕ หลัก แบ่งด้วยคานกลางเป็นชั้นบนสองเม็ดและชั้นล่างห้าเม็ดตามระบบจีนดั้งเดิม กลางคานมีอักษรจีนสลักกํากับไว้ซึ่งมักเป็นชื่อร้านหรือชื่อผู้ผลิต เม็ดลูกคิดสีดําสนิทและมีผิวมันจากการดีดซํ้า ๆตลอดหลายปีขณะที่แกนไม้ยังคงสีอ่อนตามธรรมชาติ จํานวนหลักที่มากถึง ๑๕ หลักบ่งบอกว่าลูกคิดอันนี้ใช้กับกิจการที่มีตัวเลขขนาดใหญ่ เช่น โรงสีร้านค้าส่ง หรือบัญชีรวมของสมาคม ไม่ใช่ลูกคิดพกพาสําหรับร้านขนาดเล็ก สิ่งที่ทําให้การจัดแสดงชิ้นนี้น่าสนใจคือการวางคู่กับตําราปฏิทินโหราศาสตร์จีน (รายการที่ ๓๒) เพราะวัตถุสองชิ้นนี้คือเครื่องมือคู่กันของบ้านพ่อค้าจีน ลูกคิดจัดการกับ "ตัวเลข" ส่วนทงจือจัดการกับ "เวลา" การเปิดร้าน การรับของ การจ่ายเงิน และการปิดบัญชีประจําปีล้วนต้องอาศัยทั้งสองอย่างประกอบกัน ผู้ที่คุมกิจการจึงต้องคิดเลขเป็นและดูฤกษ์เป็นควบคู่กันไป

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-035🏮 ของใช้ในเรือน

เรือสําเภาจีนจําลอง “อั่ง เถ่า จุ๊ง”

จีน: 红头船 (อั่ง เถ่า จุ๊ง) · ทะเบียนเรือจําลอง A00502 · ธงจารึก 一帆風順

เรือสําเภาจําลองลํานี้ประกอบขึ้นจากไม้เนื้ออ่อนขัดผิวเรียบ ลําเรือทาสีนํ้าตาลไม้ ส่วนหัวเรือและกราบเรือทาสีแดงชาด ดาดฟ้ากั้นราวไม้สีแดงโดยรอบ ติดใบเรือผ้าดิบสองผืนขึงกับระแนงไม้ไผ่ตามแบบใบเรือสําเภาจีนที่พับเก็บได้ทีละชั้น เสากระโดงหน้าชักธงผ้าแดงจารึกอักษร “一帆風順” อันเป็นคําอวยพรให้การเดินทางราบรื่นตลอดสาย จัดแสดงในกล่องครอบใสเพื่อกันฝุ่นและการกระทบกระเทือน จุดที่ต้องสังเกตคือดวงตาสีขาว-ดําที่เขียนไว้ทั้งสองข้างของหัวเรือ ธรรมเนียมช่างต่อเรือจีนตอนใต้ถือว่าเรือทุกลําต้องมี “ตา” จึงจะมองเห็นทางและหลบภัยกลางทะเลได้ พิธีเบิกเนตรเรือก่อนปล่อยลงนํ้าจึงมีความสําคัญไม่น้อยไปกว่าการต่อตัวเรือเอง ส่วนป้ายชื่อ 順昌號 ที่ติดอยู่ข้างลําเรือสะท้อนธรรมเนียมการตั้งชื่อเรือด้วยคํามงคลคู่ อันหมายถึงความราบรื่นและความเจริญรุ่งเรือง เช่นเดียวกับการตั้งชื่อร้านค้าและห้างของชาวแต้จิ๋วในสยาม เรือสําเภาคือพาหนะที่นําบรรพชนชาวแต้จิ๋วข้ามทะเลจีนใต้มาสู่ปากนํ้าเจ้าพระยา การเดินทางในยุคก่อนเรือกลไฟต้องอาศัยลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดลงใต้ในฤดูหนาว และรอลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดกลับขึ้นเหนือในฤดูร้อน ผู้โดยสารนับร้อยเบียดกันอยู่ในระวางเรือพร้อมสัมภาระเพียง “เสื่อผืนหมอนใบ” ตลอดการเดินทางหลายสัปดาห์ที่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะถึงฝั่ ง ด้วยเหตุนี้เรือสําเภาจึงมิได้เป็นเพียงยานพาหนะ หากเป็นสัญลักษณ์ร่วมของชาวจีนโพ้นทะเลทั้งมวล ภาพเรือสําเภาปรากฏบนตราสมาคมตระกูลแซ่ บนป้ายศาลเจ้า บนซองอั่งเปา และบนของที่ระลึกในทุกโอกาสสําคัญ เพราะเป็นภาพแทนของการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตคนรุ่นหนึ่ง คือการละทิ้งแผ่นดินเกิดเพื่อไปตั้งต้นใหม่ในดินแดนที่ยังไม่เคยเห็น

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-036⚒️ เครื่องมือและเครื่องดนตรี

ขิมจีน (เอี่ยง คิ้ม)

จีน: 揚琴 (เอี่ยง คิ้ม) · เครื่องดนตรีประจําวงมโหรีแต้จิ๋ว 潮州弦詩樂

ขิมจีนหรือ “หยางฉิน” ตัวนี้เป็นเครื่องสายตีทรงคางหมู กล่องเสียงทําด้วยไม้เนื้อแข็งทาแล็กเกอร์สีแดงเข้ม หน้าขิมปิดด้วยไม้เนื้ออ่อนสีอ่อนเจาะช่องเสียงรูปดอกไม้สองช่อง มีหย่องไม้พาดขวางสองแถวรองรับสายโลหะที่ขึงเป็นชุด ๆ ชุดละหลายเส้น ด้านขวามีชุดลูกบิดโลหะสําหรับตั้งเสียง ตั้งอยู่บนขาไม้ฉลุลายมงคล และมีไม้ตีคู่วางอยู่บนหน้าขิม บนหน้าขิมยังปรากฏอักษรจีนสีแดงระบุที่มาของการมอบให้สมาคม ในวงดนตรีแต้จิ๋ว ขิมทําหน้าที่เป็นเครื่องประดับทํานอง สอดแทรกเสียงกังวานเป็นเม็ดพรมไปตามทํานองหลักที่ซออู้ ซอด้วง และปี่นําอยู่ ลักษณะเสียงที่ใสและตกเร็วทําให้ขิมเป็นตัวเชื่อมระหว่างเครื่องสายที่ลากยาวกับเครื่องประกอบจังหวะที่กระชับ วงมโหรีแต้จิ๋วจึงมีเนื้อเสียงที่ทั้งนุ่มและคมในเวลาเดียวกัน สําหรับชุมชนจีนโพ้นทะเล วงดนตรีมิได้มีบทบาทเพียงเพื่อความบันเทิง หากเป็นพื้นที่รวมตัวของผู้คนหลังเลิกงาน ยามคํ่าคืนตามลานสมาคมตระกูลแซ่หรือศาลเจ้าเสียงเครื่องสายแต้จิ๋วจะดังแว่วขับกล่อม ช่วยบรรเทาความคิดถึงบ้านเกิดและกระชับสายสัมพันธ์ของผู้อพยพให้แน่นแฟ้น ผู้ที่เล่นดนตรีด้วยกันย่อมรู้จักกันในระดับที่ลึกกว่าการเป็นเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ดนตรีแต้จิ๋วยังเป็นองค์ประกอบหลักของงานพิธี ทั้งงานสมโภชศาลเจ้า งานงิ้วแก้บน และพิธีมงคลสมรส ท่วงทํานองที่หนักแน่นของกลองและเสียงกังวานของเครื่องสายจึงเป็นเสียงบรรยากาศที่หล่อหลอมความทรงจําร่วมของชาวแต้จิ๋วในย่านเยาวราชและเจริญกรุงมาหลายชั่วอายุคน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-037🧺 เครื่องจักสาน

ฝาชีสานย้อมสีลายขัด

แต้จิ๋ว: 菜罩 (โห่ว สิ่ง โข่ย) · ทรงโดมสูงมีจุกจับ

ฝาชีใบนี้สานด้วยตอกไผ่เส้นเล็กเป็นลายขัดแน่นขึ้นรูปทรงโดมสูง ยอดกลางประดับจุกไม้กลึงกลมสําหรับจับยก ขอบล่างรัดด้วยหวายเส้นเล็กเย็บถี่โดยรอบเพื่อกันขอบบานและกันตอกหลุด จุดเด่นอยู่ที่การใช้ตอกย้อมสีแดง ดํา และนํ้าตาลสอดสลับกับตอกสีธรรมชาติขณะสาน จนเกิดเป็นลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดไล่กันเป็นวงรอบใบ มิใช่การเขียนสีทับลงบนผิวสานที่หลุดลอกได้ง่าย หน้าที่พื้นฐานของฝาชีคือคลุมสํารับอาหารที่จัดไว้แล้วให้พ้นจากแมลงวันและฝุ่นละออง ในเรือนที่ยังไม่มีตู้กับข้าวและตู้เย็น อาหารมื้อกลางวันที่เหลือจะถูกวางไว้บนโต๊ะกลางบ้านและคลุมด้วยฝาชีรอสมาชิกที่กลับจากทํางานหรือกลับจากโรงเรียน ฝาชีจึงเป็นเครื่องหมายเงียบ ๆ ว่ายังมีคนในบ้านที่ยังไม่ได้กินข้าว และมีคนอีกคนที่เก็บอาหารไว้ให้ การลงทุนย้อมตอกและสานให้เกิดลายสีเช่นนี้บอกว่าฝาชีใบนี้มิใช่ของใช้ประจําวันธรรมดา หากเป็นของที่ตั้งใจทําให้งามพอจะตั้งรับแขก หรือใช้ในงานเลี้ยงและงานเทศกาลที่มีการจัดสํารับใหญ่ ในหลายครอบครัวฝาชีลายงามจะถูกเก็บไว้ต่างหากจากฝาชีใช้ประจําวัน และนําออกมาใช้เฉพาะเมื่อมีผู้มาเยือน ปัจจุบันฝาชีสานถูกแทนที่ด้วยฝาชีพลาสติกและมุ้งลวดพับได้เกือบทั้งหมด งานสานย้อมสีเช่นนี้จึงเหลืออยู่น้อยและมักอยู่ในสภาพชํารุด การได้เห็นใบที่ยังคงสีและลายครบถ้วนจึงเป็นโอกาสไม่บ่อยนักที่จะเข้าใจว่าเครื่องสานในครัวเรือนจีนตอนใต้เคยประณีตเพียงใด

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-038📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

จดหมายโพยก้วนและซองโพยก้วน

จีน: 僑批 (เขี่ยว โพย) · ใบส่งเงินจากสํานักโพยก้วน 光益裕 · 永昌盛 · 泰興

ในกรอบทองบรรจุเอกสารสามฉบับ ทั้งหมดเป็นใบส่งเงินและจดหมายของ “โพยก้วน” ระบบส่งเงินและข่าวสารกลับบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเล ฉบับซ้ายเป็นแบบพิมพ์สีแดงของ “光益裕匯兌銀信局” ระบุชื่อผู้รับ ตําบล และอําเภอปลายทางในถิ่นแต้จิ๋ว ฉบับกลางเป็นจดหมายเขียนด้วยพู่กันบนกระดาษของ “永昌盛銀信局有限公司” ระบุจํานวนเงินเป็นตัวอักษรจีน ส่วนฉบับขวาเป็นใบของ “泰興匯兌銀信” ที่ยังคงติดแสตมป์ไทยประทับตราไปรษณีย์ไว้ครบถ้วน ด้านหลังจัดแสดงซองโพยก้วนกระดาษนํ้าตาลพิมพ์อักษร “批” ตัวโตกลางซอง พร้อมคํากํากับ “啟” และ “珍重” โพยก้วนเกิดขึ้นเพราะระบบธนาคารและไปรษณีย์ระหว่างประเทศในยุคแรกยังเข้าไม่ถึงหมู่บ้านชนบทในกวางตุ้ง ผู้อพยพที่ทํางานอยู่ในสยามจึงฝากเงินและจดหมายไว้กับ “จุ้ยแก” หรือผู้เดินโพย ซึ่งจะรวบรวมนํากลับไปส่งถึงมือครอบครัวที่บ้านเกิดด้วยตนเอง แล้วนําใบตอบรับที่ญาติเขียนกลับมามอบให้ผู้ส่งเป็นหลักฐาน ระบบนี้ทํางานด้วยความไว้วางใจล้วน ๆ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ และแทบไม่เคยมีเรื่องยักยอก เพราะผู้เดินโพยส่วนใหญ่เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับผู้ส่ง เงินจํานวนไม่มากในแต่ละฉบับคือค่าข้าวสาร ค่ายา ค่าเล่าเรียนของลูก และค่าซ่อมบ้านของพ่อแม่ที่อยู่อีกฟากทะเล การส่งโพยก้วนอย่างสมํ่าเสมอจึงเป็นการแสดงความกตัญญูที่จับต้องได้ที่สุดของลูกชายที่จากบ้านมา และเป็นเหตุผลที่ทําให้ผู้อพยพจํานวนมากยอมทํางานหนักและใช้จ่ายกับตนเองอย่างประหยัดที่สุด องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเอกสารโพยก้วนไว้ในทะเบียนความทรงจําแห่งโลกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในฐานะหลักฐานการอพยพและการส่งเงินกลับบ้านของชาวจีนโพ้นทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดชุดหนึ่ง เอกสารในกรอบนี้จึงมีสถานะเป็นทั้งของใช้ที่ตกทอดในครอบครัว และเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ระดับสากล

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-039🍲 เครื่องครัวและอาหาร

ของที่ระลึกจําลองอาหารแต้จิ๋ว-ซัวเถา

เตี่ย ซัว หมุย เจี๊ยะ

ชุดของที่ระลึกร่วมสมัยชุดนี้จัดวางบนกระด้งไผ่ใบกลม ประกอบด้วยแบบจําลองอาหารประจําถิ่นแต้จิ๋วขนาดย่อส่วนหลายรายการ ทั้งหอยทอด (蠔烙) ลูกชิ้นเนื้อซัวเถา (汕頭牛肉丸) หม้อไฟเนื้อ (潮汕牛肉火鍋) ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ ขนมกุยช่ายและขนมหัวผักกาด รวมถึงขวดจําลองนํ้ามะขามป้อม (油柑汁) เครื่องดื่มขึ้นชื่อของซัวเถา และถุงจําลองลูกชิ้นปลาบรรจุถุง ที่โดดเด่นที่สุดคือแบบจําลองขนม “อั่งท่อก้วย” (紅桃粿) สีชมพูขนาดใหญ่สองชิ้น พร้อมพิมพ์ไม้จําลองวางประกอบ ขนมรูปลูกท้อสีชมพูชนิดนี้เป็นขนมเซ่นไหว้สําคัญที่สุดของชาวแต้จิ๋ว ใช้ในงานไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และงานมงคลทุกประเภท จนกลายเป็นภาพแทนของวัฒนธรรมแต้จิ๋วที่คนนอกวัฒนธรรมจดจําได้ทันที วัตถุชุดนี้ต่างจากรายการอื่นในทะเบียนตรงที่มิใช่ของเก่าที่ผ่านการใช้งาน หากเป็นสินค้าที่ระลึกที่ผลิตขึ้นในเมืองซัวเถายุคปัจจุบันเพื่อขายแก่นักท่องเที่ยวและชาวแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่กลับไปเยือนบ้านเกิด การที่อาหารถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของเมืองแทนที่จะเป็นสถานที่หรือบุคคล บอกได้ชัดเจนว่าอัตลักษณ์แต้จิ๋วผูกอยู่กับสํารับกับข้าวอย่างแนบแน่นเพียงใด สําหรับลูกหลานที่เกิดและโตในประเทศไทยและพูดภาษาแต้จิ๋วไม่ได้แล้ว อาหารมักเป็นสายสัมพันธ์เส้นสุดท้ายที่ยังเชื่อมกับบ้านเกิดของบรรพบุรุษอยู่ การจัดแสดงของที่ระลึกชุดนี้ไว้ร่วมกับวัตถุโบราณจึงมีเจตนาให้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมมิได้หยุดอยู่ในอดีต หากยังเดินทางและเปลี่ยนรูปต่อไปในปัจจุบัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-040🍵 วัฒนธรรมชา

แก้วเซรามิกโบราณ

古董陶瓷杯 ถ้วยชาปากบานเนื้อขาวอมเทา · จัดแสดงพร้อมมัดห่อกระดาษเดิมจากโรงงาน

ในกระด้งไผ่ใบใหญ่บรรจุถ้วยชากระเบื้องใบเล็กจํานวนหลายสิบใบ เนื้อกระเบื้องขาวอมเทาโปร่งบาง ปากบานเล็กน้อย ก้นมีเชิงเตี้ย ผิวเคลือบเรียบไม่เขียนลาย ถ้วยจํานวนหนึ่งถูกวางเรียงเป็นวงรอบขอบกระด้งให้เห็นรูปทรง ส่วนที่เหลือยังคงมัดห่อด้วยกระดาษฟางเป็นตับตามที่บรรจุมาจากโรงงาน ไม่เคยถูกแกะออกใช้ ถ้วยชาขนาดนี้คือถ้วยของ “กังฟูเต๊” หรือชุดชากังฟูแต้จิ๋ว ที่ตั้งใจให้จิบหมดในอึกเดียวเพื่อรับรสชาที่ชงเข้มจัด ธรรมเนียมการชงชาแต้จิ๋วใช้ถ้วยเพียงสามใบต่อหนึ่งชุดไม่ว่าจะมีผู้ร่วมวงกี่คน การมีถ้วยสํารองไว้เป็นร้อยใบจึงมิใช่เรื่องของการรับแขกในบ้าน หากเป็นการเตรียมของสําหรับร้านค้า โรงนํ้าชา หรือสมาคมที่มีคนแวะเวียนไม่ขาดสาย มัดกระดาษฟางที่ยังไม่ได้แกะเป็นรายละเอียดที่มีค่าในทางพิพิธภัณฑ์ เพราะแสดงให้เห็นวิธีบรรจุและขนส่งเครื่องกระเบื้องจีนก่อนยุคกล่องกระดาษลูกฟูก ถ้วยจะถูกซ้อนเป็นตับแล้วห่อฟางรัดเชือกให้เป็นก้อนแน่น เพื่อให้กันกระแทกได้ตลอดทางเรือจากมณฑลกวางตุ้งมาถึงท่าเรือกรุงเทพฯ ของที่ยังไม่เคยถูกใช้และยังอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิมเช่นนี้ มักเป็นของที่ตกค้างอยู่ในสต๊อกร้านค้าเก่าที่เลิกกิจการไป การส่งต่อมาสู่ทะเบียนวัตถุจึงเป็นการเก็บรักษาไม่เพียงตัวถ้วย แต่รวมถึงร่องรอยของระบบการค้าที่นําถ้วยเหล่านี้เดินทางข้ามทะเลมาด้วย

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-041🏮 ของใช้ในเรือน

จานหินอ่อนเขียนภาพทิวทัศน์ (คู่)

แต้จิ๋ว: 大理石画 (ตัว หลี เจียะ อ่วย) · แผ่นกลมคู่ ลายเส้นหมึกบนลายหินธรรมชาติ

แผ่นหินอ่อนกลมสองแผ่นนี้ขัดผิวเรียบจนเห็นลายเส้นสีเทาดําในเนื้อหินอย่างชัดเจน ช่างได้อาศัยลายหินธรรมชาติที่มีอยู่เดิมเป็นเงาเมฆและมวลภูเขา แล้วจึงเขียนเติมด้วยหมึกจีนเป็นทิวสน ศาลาริมนํ้า โขดหิน เรือสําเภาลําเล็ก และแนวเขาไกล จนภาพทั้งภาพกลืนเป็นเนื้อเดียวกับลายหิน ทําให้แยกได้ยากว่าส่วนใดเป็นฝีมือธรรมชาติและส่วนใดเป็นฝีมือมนุษย์ งานประเภทนี้ในภาษาจีนเรียกว่า “ต้าหลี่สือฮวา” ตั้งชื่อตามเมืองต้าหลี่ในมณฑลยูนนานอันเป็นแหล่งหินอ่อนลายสวยที่สุด นักสะสมจีนถือว่าคุณค่าของงานอยู่ที่การเลือกแผ่นหินให้ได้ลายที่ “เป็นภาพอยู่แล้ว” ก่อนลงมือเขียน ช่างที่ดีจะแทรกแซงเนื้อหินให้น้อยที่สุด เพราะหัวใจของสุนทรียะจีนคือการยอมรับและขับเน้นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้แล้ว มิใช่การกลบทับด้วยฝีมือของตน แผ่นหินอ่อนเขียนภาพมักถูกใช้เป็นแผ่นประดับฝังในพนักเก้าอี้ไม้จีน หน้าโต๊ะ ฉากกั้นห้อง หรือทําเป็นแผ่นตั้งบนแท่นไม้เพื่อวางบนโต๊ะหนังสือ การมีของเช่นนี้ในบ้านบ่งบอกฐานะและรสนิยมของเจ้าของ ว่าเป็นผู้ที่สนใจงานศิลปะและวรรณกรรมมิใช่เพียงการค้า การจัดแสดงเป็นคู่สอดคล้องกับคติจีนที่ถือว่าของประดับควรมาเป็นคู่เสมอ เพื่อความสมดุลและความบริบูรณ์ เช่นเดียวกับกลอนคู่ที่ติดสองข้างประตู และเชิงเทียนคู่ที่ตั้งขนาบกระถางธูปบนโต๊ะบูชา

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-042📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ภาพวาดจีนต้นทับทิม ที่ระลึกก่อตั้งสมาคม

อักษรจารึก: 泰國潮汕文化協會成立誌賀 (แสดงความยินดีในโอกาสก่อตั้งสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย)

ภาพเขียนจีนขนาดใหญ่ในกรอบไม้สีอ่อนภาพนี้ เขียนบนกระดาษสาด้วยเทคนิคพู่กันจีนแบบ “กงปี่” ผสม “เซี่ยอี้” เป็นภาพต้นทับทิมแก่ที่ลําต้นบิดโค้งพาดผ่านกําแพงหินและราวระเบียงแบบสวนจีน กิ่งก้านแตกออกเต็มภาพพร้อมใบเขียวและผลทับทิมสีแดงสดจํานวนมาก มุมขวาบนจารึกอักษรจีนด้วยพู่กันระบุว่าเป็นภาพที่มอบให้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสก่อตั้งสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย พร้อมนามผู้มอบและตราประทับหมึกแดง ทับทิมเป็นสัญลักษณ์มงคลชั้นสูงในคติจีน เพราะผลหนึ่งผลบรรจุเมล็ดไว้นับร้อย จึงหมายถึง “ลูกหลานเต็มบ้าน” (多子多福) การเลือกต้นทับทิมที่ออกผลดกเป็นหัวข้อของภาพที่ระลึกในโอกาสก่อตั้งองค์กร จึงเป็นการอวยพรให้สมาคมมีสมาชิกเพิ่มพูนและสืบทอดต่อไปได้อีกหลายรุ่น มิใช่การเลือกดอกไม้เพียงเพราะสวยงาม ลําต้นที่วาดให้แก่คดและมีปุ่มปมยังเป็นภาษาภาพอีกชั้นหนึ่ง ในจิตรกรรมจีนต้นไม้เก่าแก่ที่ยังออกดอกออกผลได้หมายถึงผู้อาวุโสที่ยังทําประโยชน์ และหมายถึงรากฐานที่หยั่งลึกจนพายุพัดไม่ล้ม การผูกภาพต้นเก่ากับผลใหม่ไว้ในภาพเดียวกันจึงเป็นการกล่าวถึงการสืบทอดระหว่างรุ่นอย่างตรงประเด็นที่สุด ภาพเขียนที่มอบให้ในโอกาสสําคัญเช่นนี้เป็นธรรมเนียมที่ยังมีชีวิตอยู่ในสังคมจีน ผู้มอบมิได้ให้เพียงวัตถุ หากให้คําอวยพรที่เขียนด้วยลายมือของตนเองพร้อมประทับตราชื่อกํากับ ทําให้ของชิ้นนั้นไม่อาจทดแทนด้วยของที่ซื้อหาได้ทั่วไป

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-043📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

กรอบที่ระลึก “ซัวเถาปู” จากเทศบาลนครซัวเถา

จีน: 汕頭埠 (SHANTOU BU) · 汕頭市人民政府 敬贈 · With the Compliments of Shantou City

กรอบไม้สีอ่อนใบนี้บรรจุงานประดับนูนตํ่าที่ผสมสองเทคนิคเข้าด้วยกัน พื้นหลังเป็นแผ่นกระเบื้องสีขาวเรียงเป็นตาราง เหนือขึ้นมาเป็นอักษรจีนอะคริลิกสีแดงสดนูนออกจากพื้นอ่านว่า “汕頭埠” พร้อมคําถอดเสียงอักษรโรมัน “SHANTOU BU” โดยรอบเขียนภาพลายเส้นสีดําของอาคารสําคัญประจําเมือง ได้แก่ ศาลาทีระลึกจงซาน (中山紀念亭) สวนจงซาน (中山公園) โรงแรมซัวเถา (汕頭旅社) และห้างสรรพสินค้าไป่ฮั่วต้าโหลว (百貨大樓) ส่วนล่างมีภาพลายเส้นขนมอั่งท่อก้วย (紅桃粿) และคําระบุว่าเป็นของที่ระลึกจากรัฐบาลเทศบาลนครซัวเถา คําว่า “ปู” (埠) ในภาษาจีนหมายถึงเมืองท่า การเรียกซัวเถาว่า “ซัวเถาปู” จึงเป็นการเรียกด้วยฐานะที่แท้จริงของเมือง ซัวเถาถูกเปิดเป็นเมืองท่าตามสนธิสัญญาเทียนจินเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๓ และกลายเป็นประตูออกสู่ทะเลของชาวแต้จิ๋วทั้งมณฑล ผู้อพยพมายังสยาม มลายา และอินโดจีนแทบทั้งหมดล้วนลงเรือจากท่านี้ อาคารทั้งสี่หลังที่ปรากฏบนกรอบล้วนเป็นสถาปัตยกรรมยุคเมืองท่าเปิด ที่ผสมรูปแบบตะวันตกเข้ากับงานช่างจีนตอนใต้ เรียกกันว่าย่าน “เซี่ยวกงหยวน” หรือย่านตึกแถวโค้งริมถนน ซึ่งเป็นภาพจําที่ผู้จากบ้านเกิดพกติดตัวมาด้วย และเป็นภาพแรกที่ลูกหลานรุ่นหลังได้เห็นเมื่อกลับไปเยือนถิ่นบรรพบุรุษ การที่เทศบาลนครซัวเถามอบของที่ระลึกชิ้นนี้ให้แก่สมาคม สะท้อนความสัมพันธ์ที่ยังดําเนินอยู่ระหว่างเมืองต้นทางกับชุมชนแต้จิ๋วในต่างแดน ความผูกพันนี้มิได้ขาดลงเมื่อการอพยพสิ้นสุด หากยังคงถูกรักษาไว้ผ่านการเยือน การบริจาค และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-044📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

สําเนาพระราชดํารัส รัชกาลที่ ๕ ในการเปิดโรงพยาบาลจีน ร.ศ. ๑๒๔

เอกสารสองภาษา ไทย–จีน · ลงวันที่ ๑๙ กันยายน ร.ศ. ๑๒๔ (พ.ศ. ๒๔๔๘) · ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๒ หน้า ๕๗๗–๕๘๐

แผ่นเอกสารนี้เป็นสําเนาพระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่พระราชทานตอบพวกจีนในการเปิดโรงพยาบาลจีน จัดพิมพ์เป็นสองหน้าคู่กัน หน้าซ้ายเป็นข้อความภาษาไทยที่เขียนด้วยกระดาษพระราชบรมราชโองการ หน้าขวาเป็นคําแปลภาษาจีน ทั้งสองหน้าจัดวางอยู่ในกรอบลายจีนสีแดงชาดที่มีอักษร “皇” อยู่ยอดกรอบ ส่วนล่างระบุวันที่และแหล่งอ้างอิงจากราชกิจจานุเบกษาไว้ครบถ้วน โรงพยาบาลที่กล่าวถึงคือโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ซึ่งพ่อค้าชาวจีนห้าภาษาในกรุงเทพฯ ได้แก่ แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลํา กวางตุ้ง และแคะ ร่วมกันเรี่ยไรก่อตั้งขึ้นเพื่อรักษาพยาบาลคนยากไร้โดยไม่คิดมูลค่า นับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในสยามที่ให้บริการทั้งการแพทย์แผนจีนและแผนตะวันตกควบคู่กัน พระราชดํารัสฉบับนี้มีความสําคัญเพราะเป็นเอกสารทางการที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงกล่าวถึงบทบาทและคุณูปการของชาวจีนในสยามอย่างชัดแจ้ง ทรงชี้ให้เห็นว่าชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารมิได้เป็นเพียงผู้อาศัย หากได้ร่วมสร้างความเจริญและร่วมบําเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่แผ่นดินด้วย การจัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาจีนคู่กันเป็นรายละเอียดที่มีความหมายในตัวเอง เพราะแสดงว่าเอกสารนี้ตั้งใจให้ทั้งข้าราชการไทยและชุมชนจีนอ่านเข้าใจได้เท่ากันสําเนาที่เก็บรักษาไว้ในบ้านคนจีนหลายครอบครัวจึงมิได้มีฐานะเป็นเพียงเอกสารราชการ หากเป็นเครื่องยืนยันสถานะและเกียรติของบรรพบุรุษในแผ่นดินใหม่

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-045📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

จดหมายจากย่าถึงหลานสาว

จีน: 此信即交陳寬心孫女收 祖母寄 · ลงนาม 陳金泰 · จัดแสดงในกรอบทองสลักลาย

ในกรอบทองสลักลายใบนี้บรรจุจดหมายลายมือสองฉบับที่เขียนด้วยพู่กันบนกระดาษบรรทัดสีเหลืองอ่อน หัวจดหมายทั้งสองฉบับเขียนข้อความเดียวกันว่า “จดหมายฉบับนี้ส่งถึงหลานสาวเฉินควนซิน จากย่า” มีหมายเลขกํากับลําดับฉบับไว้ที่มุมบน และลงนามท้ายจดหมายพร้อมประทับตราชื่อหมึกแดง เนื้อความเป็นการถามไถ่ทุกข์สุข เล่าเรื่องญาติพี่น้องในหมู่บ้าน และอวยพรให้หลานมีสุขภาพแข็งแรง จดหมายที่ผู้อาวุโสในหมู่บ้านเขียนถึงลูกหลานในต่างแดนเป็นเอกสารที่พบได้ทั่วไปในบ้านคนจีนโพ้นทะเล แต่แทบไม่มีใครเก็บรักษาไว้ เพราะถือเป็นของส่วนตัวที่หมดหน้าที่เมื่ออ่านจบ การที่ครอบครัวหนึ่งเก็บจดหมายไว้จนถึงขั้นนํามาใส่กรอบ ย่อมหมายความว่าผู้เขียนหรือเนื้อความนั้นมีความหมายเกินกว่าข่าวคราวประจําวัน สิ่งที่ควรสังเกตคือลายมือพู่กันที่มั่นคงและการใช้ถ้อยคําสํานวนจีนแบบจดหมายโบราณ ซึ่งบ่งบอกว่าผู้เขียนได้รับการศึกษาตามแบบแผนเดิม ในยุคที่ผู้หญิงจีนจํานวนมากยังอ่านเขียนไม่ได้ จดหมายลายมือของย่าจึงเป็นหลักฐานที่หายากของสตรีผู้รู้หนังสือในชนบทกวางตุ้ง สําหรับลูกหลานรุ่นที่อ่านภาษาจีนไม่ออกแล้ว จดหมายเช่นนี้เปลี่ยนสถานะจากข้อความไปเป็นวัตถุ ตัวอักษรที่เคยสื่อสารได้กลายเป็นร่องรอยของมือคนที่จากไป การใส่กรอบและแขวนไว้จึงเป็นการเก็บรักษาความผูกพัน มิใช่การเก็บรักษาข้อมูล

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-046📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

จดหมายหลานสาวถึงย่า พ.ศ. ๒๕๒๙

จีน: 敬愛的祖母大人 · ลงนาม 孫女陳麗心敬上 · ลงวันที่ 一九八六年三月十七日

จดหมายฉบับนี้เขียนบนกระดาษเขียนจดหมายพิมพ์ลายในตัว มุมบนขวาเป็นภาพพิมพ์บ้านชนบทจีนมีเด็ก ๆ กําลังกระโดดเชือกอยู่หน้าบ้าน ส่วนมุมล่างซ้ายเป็นภาพกระท่อมกับสุนัขริมทาง ตัวจดหมายเขียนด้วยปากกาเป็นแนวตั้งจากขวาไปซ้ายตามแบบแผนเดิม ขึ้นต้นว่า “ถึงคุณย่าที่เคารพรัก” และลงท้ายด้วยคําอวยพรให้สุขภาพแข็งแรง พร้อมลงนามหลานสาวและวันที่ ๑๗ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๘๖ ตรงกับ พ.ศ. ๒๕๒๙ เนื้อความกล่าวถึงความคิดถึง การเรียนที่ต้องขยันเพราะมีคนแข่งขันมาก การทํางานพิเศษของพ่อแม่ ญาติที่เพิ่งเดินทางกลับจากสิงคโปร์ และอากาศร้อนในเมืองไทยที่ทําให้ไม่อยากออกจากบ้าน ก่อนจะถามไถ่กลับไปว่าอากาศที่บ้านเกิดหนาวหรือร้อน คุณย่ายังออกไปเดินเล่นตอนเช้าอยู่หรือไม่ และขอให้ระวังอย่าให้ไม่สบาย จดหมายฉบับนี้จัดแสดงคู่กับจดหมายของย่าในรายการก่อนหน้า ทําให้เห็นการสื่อสารครบทั้งสองทิศทาง ฝ่ายหนึ่งเขียนด้วยพู่กันตามแบบแผนเดิมจากหมู่บ้านในกวางตุ้ง อีกฝ่ายเขียนด้วยปากกาบนกระดาษพิมพ์ลายจากกรุงเทพฯ ความต่างของเครื่องเขียนและสํานวนบอกระยะห่างระหว่างสองรุ่นได้ชัดเจนกว่าคําอธิบายใด ๆ ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นช่วงที่จีนเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน การติดต่อกับญาติที่บ้านเกิดซึ่งขาดหายไปหลายสิบปีเพิ่งกลับมาเป็นไปได้อีกครั้ง จดหมายของเด็กนักเรียนคนหนึ่งจึงเป็นหลักฐานของช่วงเวลาที่สายสัมพันธ์ข้ามทะเลถูกต่อกลับขึ้นมาใหม่ หลังจากถูกตัดขาดมาตลอดช่วงหลังสงคราม

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-047📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ภาพถ่ายบุคคลในกรอบทอง

ภาพถ่ายขาวดําระบายสี · กรอบไม้ปิดทองสลักลายเถาไม้

ภาพถ่ายบุคคลครึ่งตัวของสตรีสูงอายุภาพนี้ เป็นภาพถ่ายขาวดําที่ผ่านการลงสีด้วยมือตามเทคนิคที่ใช้กันทั่วไปในร้านถ่ายรูปย่านเยาวราชก่อนยุคฟิล์มสี ผู้ถูกถ่ายสวมเสื้อคอตั้งแบบจีน ไว้ผมรวบเรียบ และสวมแว่นตากรอบโลหะ ใส่กรอบไม้ปิดทองสลักลายเถาไม้อย่างวิจิตร ซึ่งเป็นกรอบชนิดที่นิยมใช้กับภาพบุคคลสําคัญของครอบครัว ในบ้านคนจีน ภาพถ่ายในกรอบทองที่แขวนหรือตั้งไว้ในที่สูงมีสถานะใกล้เคียงกับป้ายวิญญาณ คือเป็นตัวแทนของผู้ล่วงลับที่ลูกหลานจะกราบไหว้ในวันสําคัญทางจันทรคติ ตําแหน่งที่ตั้งภาพ ขนาดของกรอบ และความประณีตของการลงสี ล้วนบอกลําดับความสําคัญของบุคคลนั้นในสายตระกูล การถ่ายภาพบุคคลอย่างเป็นทางการในยุคนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัว ผู้ถูกถ่ายจะสวมเสื้อผ้าชุดดีที่สุดและเดินทางไปที่ร้านถ่ายรูปโดยเฉพาะ หลายคนถ่ายภาพเช่นนี้เพียงครั้งเดียวหรือสองครั้งในชีวิต ภาพหนึ่งภาพจึงต้องทําหน้าที่แทนคนทั้งคนไปตลอดกาล สําหรับผู้อพยพที่จากบ้านเกิดมาโดยไม่มีโอกาสได้กลับ ภาพถ่ายยังทําหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง คือเป็นสิ่งเดียวที่ส่งข้ามทะเลไปให้พ่อแม่ที่อยู่อีกฟากได้เห็นหน้าลูก และเป็นสิ่งเดียวที่ลูกหลานรุ่นหลังจะได้เห็นหน้าบรรพบุรุษที่ไม่เคยพบตัวจริง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-048📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ภาพถ่ายเก่าสามชั่วอายุคน

ภาพขาวดําและภาพสีสองยุค · จัดวางคู่กันบนแผ่นรองเดียว

แผ่นภาพนี้ประกอบด้วยภาพถ่ายสองภาพจากคนละยุคสมัยที่จัดวางเคียงกัน ภาพซ้ายเป็นภาพขาวดําอมเหลืองตามอายุ เป็นภาพหญิงสูงอายุสวมเสื้อคอตั้งสีขาวยืนอยู่บนบันไดกลางแจ้ง จูงมือเด็กเล็กที่สวมชุดขาวและหมวกผ้าไว้ข้างตัว ภาพขวาเป็นภาพสีโทนอมส้มถ่ายในสวนสาธารณะ เป็นภาพหญิงชราสวมหมวกไหมพรมและผ้าพันคอนั่งเคียงกับหญิงสาววัยรุ่นที่สะพายกระเป้าหนัง การจัดวางภาพสองภาพไว้ด้วยกันทําให้เห็นช่วงเวลาที่ทอดยาวระหว่างสองรูป เด็กเล็กในภาพขาวดํากับหญิงสาวในภาพสีคือคนคนเดียวกันในคนละวัย ส่วนผู้อาวุโสในทั้งสองภาพคือผู้ที่อยู่มาจนได้เห็นหลานเติบโต ภาพคู่นี้จึงบันทึกความสัมพันธ์เดียวกันที่ยืนยาวข้ามหลายสิบปี ภาพถ่ายครอบครัวเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ชนิดที่นักประวัติศาสตร์ให้ความสําคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบันทึกสิ่งที่เอกสารราชการไม่บันทึก ทั้งเสื้อผ้า ทรงผม ข้าวของที่ถือติดตัว สภาพบ้านเรือน และสถานที่ที่ผู้คนเลือกไปถ่ายรูป รายละเอียดเหล่านี้บอกถึงฐานะ รสนิยม และวิถีชีวิตประจําวันได้อย่างตรงไปตรงมา ในบริบทของชุมชนจีนโพ้นทะเล ภาพถ่ายยังทําหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองแผ่นดิน ครอบครัวจํานวนมากมีภาพชุดหนึ่งที่ถ่ายในเมืองไทยส่งไปให้ญาติที่เมืองจีนและมีอีกชุดหนึ่งที่ญาติส่งกลับมา การนําภาพทั้งสองฝั่ งมาวางเรียงกันจึงเป็นวิธีเดียวที่ครอบครัวซึ่งแยกกันอยู่คนละประเทศจะได้ “อยู่ในภาพเดียวกัน”

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-049🍲 เครื่องครัวและอาหาร

ช้อนกระเบื้อง ตะเกียบ และเครื่องโต๊ะอาหารชุดร้านค้า

ช้อนกระเบื้องหลากลาย · ตะเกียบกระเบื้องลายคราม · จัดแสดงพร้อมลังฟางบรรจุเดิม

ในตู้จัดแสดงนี้จัดเรียงเครื่องกระเบื้องบนโต๊ะอาหารจีนไว้หลายชุด ช้อนกระเบื้องทรงเรือขอบทองเขียนลายเด็กจีนถือของมงคลวางเรียงเป็นแถว อีกชุดหนึ่งเขียนลายดอกไม้ขอบชามจัดวางเป็นรูปดอกไม้บานรอบจอกกลาง ถัดไปเป็นจอกนํ้าชาใบเล็กไม่เขียนลาย ตะเกียบกระเบื้องเขียนลายครามรูปมังกร และชามเชิงขอบนํ้าเงิน ในลังไม้ที่วางอยู่ด้านหลังยังมีช้อนกระเบื้องอีกจํานวนมากที่ห่อกระดาษฟางเป็นตับและยังไม่เคยแกะออกใช้ ตะเกียบกระเบื้องเป็นของที่พบไม่บ่อย เพราะหนักและแตกง่ายกว่าตะเกียบไม้หรือตะเกียบงา ผู้ที่ใช้ตะเกียบกระเบื้องมักเป็นร้านอาหารและโรงนํ้าชาที่ต้องล้างซํ้าวันละหลายรอบ เนื่องจากกระเบื้องทนการต้มลวกและไม่ดูดกลิ่นอาหารเหมือนไม้ ลายครามรูปมังกรบนด้ามยังทําหน้าที่เป็นเครื่องหมายของร้านไปในตัว ช้อนกระเบื้องทรงเรือที่เรียกกันว่า “ช้อนจีน” มีรูปทรงที่ออกแบบมาเพื่อซดนํ้าแกงโดยเฉพาะ ก้นช้อนแบนตั้งบนโต๊ะได้โดยไม่กลิ้ง ด้ามสั้นและหนาเพื่อให้จับได้ถนัดโดยไม่ต้องยกข้อศอกสูง ลายเด็กจีนถือทับทิม ปลา หรือเหรียญที่เขียนไว้ในอุ้งช้อน ล้วนเป็นคําอวยพรเรื่องลูกหลานและความมั่งคั่งที่ผู้กินจะได้เห็นทุกครั้งที่ตักอาหารหมดคํา การที่ของจํานวนมากยังคงห่อฟางอยู่ในลังเดิมบ่งบอกว่าวัตถุชุดนี้มาจากสต๊อกของร้านค้าเครื่องกระเบื้องหรือร้านอาหารที่เลิกกิจการ มิใช่ของใช้ประจําบ้านเรือนเดียวการเก็บรักษาไว้ทั้งชุดจึงมีค่าในการศึกษาการค้าเครื่องกระเบื้องจีนในกรุงเทพฯ มากกว่าการเก็บของเดี่ยว ๆ ที่หลุดออกจากบริบทเดิมไปแล้ว

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-050🏮 ของใช้ในเรือน

หมวกสานและเสื้อกันฝนใบจาก

จีน: 斗笠 (ก้วย โล่ย) · 蓑衣 (จัง ซุย)

ชุดเครื่องกันแดดกันฝนชุดนี้ประกอบด้วยหมวกสานไม้ไผ่ทรงกรวยแบนขนาดใหญ่ สานสองชั้นด้วยลายขัดโปร่งประกบใบไม้แห้งไว้ตรงกลางเพื่อกันนํ้า ยอดกลางมีจุกไม้กลึงและวงหวายรัดขอบโดยรอบ คู่กับเสื้อกันฝนที่ทําจากใยพืชสีนํ้าตาลเข้ม ถักส่วนคอและบ่าไว้เป็นแผ่นแน่น แล้วปล่อยใยส่วนล่างห้อยลงเป็นชายยาวคล้ายขนสัตว์เพื่อให้นํ้าฝนไหลลงตามเส้นใยโดยไม่ซึมเข้าถึงตัว เสื้อกันฝนชนิดนี้ในภาษาจีนเรียกว่า “ซัวอี” ทําจากใยปาล์มหรือใบจากที่หาได้ในท้องถิ่น หลักการทํางานคือใช้เส้นใยจํานวนมากซ้อนเหลื่อมกันเป็นชั้น ๆ ให้นํ้าวิ่งจากชั้นบนลงชั้นล่างจนถึงชายเสื้อแล้วหยดลงพื้น เป็นภูมิปัญญาที่ใช้กันมาก่อนที่ผ้ายางและพลาสติกจะแพร่หลาย และยังระบายอากาศได้ดีกว่ามากในสภาพอากาศร้อนชื้น ผู้สวมชุดนี้คือชาวนา ชาวประมง และคนหาบเร่ที่ต้องทํางานกลางแจ้งไม่ว่าฝนหรือแดด ในถิ่นแต้จิ๋วซึ่งมีที่ราบลุ่มแม่นํ้าหานเจียงอันอุดมสมบูรณ์แต่มีพื้นที่จํากัด การทํานาต้องประณีตและใช้แรงงานสูง ฤดูฝนจึงมิใช่เหตุผลที่จะหยุดงานได้ ชุดกันฝนที่สวมทํางานได้จริงจึงเป็นเครื่องมือทํามาหากินไม่ต่างจากจอบและเคียว ภาพชายสวมหมวกสานและเสื้อใบจากยืนอยู่กลางทุ่งเป็นภาพจําที่ปรากฏซํ้าในจิตรกรรมและบทกวีจีนมานับพันปี ในฐานะสัญลักษณ์ของชีวิตเรียบง่ายและการพึ่งพาตนเอง เมื่อชาวแต้จิ๋วอพยพมาสยาม เครื่องแต่งกายชุดนี้เดินทางมาด้วย และยังพบเห็นได้ในเรือกสวนไร่นาของคนไทยเชื้อสายจีนจนถึงราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ ๒๕

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-051📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ตู้หนังสือพจนานุกรมและตําราภาษาแต้จิ๋ว

ประกอบด้วยพจนานุกรมแต้จิ๋ว-จีนกลาง ลําดับตระกูลแซ่ ปฏิทินโหราศาสตร์ และวรรณกรรมจีน

ตู้กระจกใบนี้จัดเก็บหนังสือภาษาจีนที่เกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋วไว้หลายชั้น ชั้นบนเป็นพจนานุกรมและตําราอ้างอิง ได้แก่ พจนานุกรมเสียงแต้จิ๋ว (潮州音字典) พจนานุกรมสิบแปดเสียงแต้จิ๋ว-ซัวเถา (新潮汕字典) พจนานุกรมคําแต้จิ๋วฉบับใหม่ (潮汕新字典) พจนานุกรมสํานวนแต้จิ๋ว และปฏิทินโหราศาสตร์ประจําปีชั้นล่างเป็นหนังสือวรรณกรรมและตําราวัฒนธรรม ทั้งสี่หนังสือห้าคัมภีร์ (四書五經) กลอนถังสามร้อยบท (唐詩三百首) สามก๊ก และหนังสือว่าด้วยขนบธรรมเนียมแต้จิ๋ว เล่มที่โดดเด่นที่สุดคือหนังสือปกเขียวเข้ม “陳氏族譜” หรือลําดับตระกูลแซ่ตั้ง ซึ่งเป็นบันทึกลําดับวงศ์ตระกูลที่รวบรวมโดยสมาคมตระกูลแซ่ในและนอกประเทศจีน หนังสือประเภทนี้บันทึกชื่อสมาชิกทุกรุ่นเรียงตามลําดับชั้น พร้อมถิ่นกําเนิด ปีเกิด ปีตาย และผู้สืบสกุล เป็นเครื่องมือเดียวที่ทําให้ลูกหลานในต่างแดนสืบย้อนกลับไปหาหมู่บ้านต้นทางของบรรพบุรุษได้ ภาษาแต้จิ๋วเป็นภาษาพูดที่ไม่มีระบบตัวเขียนของตนเอง การรักษาภาษาไว้จึงต้องอาศัยพจนานุกรมที่บันทึกเสียงอ่านเทียบกับอักษรจีนอย่างเป็นระบบ ในสถานการณ์ที่คนรุ่นใหม่ในประเทศไทยพูดแต้จิ๋วได้น้อยลงทุกปี หนังสือชุดนี้จึงมีสถานะเป็นทั้งเครื่องมือเรียนรู้และเป็นหลักฐานว่าภาษานี้เคยมีผู้ใช้อยู่จริง การที่สมาคมรวบรวมหนังสือเหล่านี้ไว้ในที่เดียวกันและจัดแสดงคู่กับข้าวของเครื่องใช้ มีเจตนาให้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมประกอบด้วยสองส่วนที่แยกจากกันไม่ได้ คือสิ่งของที่จับต้องได้ กับภาษาและความรู้ที่ทําให้สิ่งของเหล่านั้นมีความหมาย หากส่วนหลังสูญหายไป วัตถุที่เหลืออยู่ก็จะกลายเป็นเพียงของเก่าที่ไม่มีใครอ่านออก

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-052🏮 ของใช้ในเรือน

แจกันดินเผาทรงแบนพร้อมกิ่งดอกไม้ประดิษฐ์

ชิว กัง หง่อย

แจกันใบนี้ขึ้นรูปจากดินเผาเนื้อละเอียดสีนํ้าตาลเทา ผิวด้านไม่เคลือบ ตัวแจกันเป็นทรงกลมแบนคล้ายกระติกนํ้า คอสอบสูงและปากแคบ ลักษณะทรงแบนทําให้ตั้งชิดผนังหรือวางในช่องตู้ตื้นได้พอดี ในแจกันปักกิ่งไม้ที่ทําจากกิ่งจริงพันกระดาษ ประดับดอกไม้ประดิษฐ์สีส้มและเหลืองเป็นกระจุกเล็ก ๆ ตลอดกิ่งอย่างหนาแน่น การจัดกิ่งไม้ดอกไว้ในภาชนะดินเผาเรียบ ๆ เป็นแบบแผนการประดับที่นิยมในบ้านและร้านค้าจีน โดยเลือกภาชนะที่มีผิวและสีเรียบเพื่อไม่ให้แย่งความสนใจไปจากกิ่งดอกไม้ หลักการเดียวกับการจัดดอกไม้ในคติจีนที่ถือว่ากิ่งควรมีทิศทางและช่องว่างชัดเจน มิใช่การรวมดอกไม้ให้แน่นเป็นพุ่มกลม ดอกไม้สีส้มเหลืองที่แตกเป็นกระจุกตลอดกิ่งเลียนแบบดอกเหมยหรือดอกท้อที่บานก่อนใบผลิ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจําเทศกาลตรุษจีน คติจีนถือว่ากิ่งที่ออกดอกเต็มกิ่งในฤดูหนาวหมายถึงความอดทนและการเริ่มต้นใหม่ ร้านค้าและบ้านเรือนจึงนิยมตั้งกิ่งดอกไม้เช่นนี้ไว้รับปีใหม่ และหลายแห่งเลือกใช้ดอกประดิษฐ์เพื่อให้ตั้งไว้ได้ตลอดป ของประดับประเภทนี้มักถูกมองข้ามในการเก็บรวบรวมวัตถุ เพราะไม่เก่าและไม่มีมูลค่าทางการค้า ทว่าในแง่การศึกษาวิถีชีวิต ของประดับที่คนเลือกตั้งไว้ในบ้านของตนเองบอกรสนิยมและความเชื่อได้ตรงกว่าของมีค่าที่เก็บไว้ในตู้ การบันทึกไว้ในทะเบียนจึงมีเหตุผลรองรับ

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-053🏮 ของใช้ในเรือน

ชิ้นส่วนจําลองหลังคาจีนประดับกระเบื้องตัด

แต้จิ๋ว: 厝角头 (ชู่ กัก เท้า)

แผ่นจําลองห้าชิ้นนี้ย่อส่วนสันหลังคาและหน้าจั่วของอาคารจีนตอนใต้มาไว้บนแท่นกระเบื้องสี่เหลี่ยม แต่ละชิ้นแสดงรูปทรงหลังคาซ้อนชั้นที่ปลายสันโค้งงอนขึ้นตามแบบเฉพาะของงานช่างแต้จิ๋ว ตกแต่งด้วยสีต่างกันในแต่ละชิ้น ทั้งสีครีม สีนํ้าตาล สีฟ้าคราม สีส้ม และสีเขียวอ่อน ตรงกลางของแต่ละชิ้นประดับรูปปั้ นเล็ก ๆ เป็นฉากตัวละครและสัตว์มงคล งานประดับหลังคาชนิดนี้เรียกว่า “ขิ่มชี้” เป็นเทคนิคเฉพาะถิ่นแต้จิ๋วที่ช่างจะตัดชามและจานกระเบื้องเคลือบสีให้เป็นเศษเล็ก ๆ ตามรูปที่ต้องการ แล้วนํามาปะติดลงบนโครงปูนที่ปั้ นขึ้นก่อน จนเกิดเป็นรูปมังกร หงส์ ดอกไม้ และฉากจากวรรณกรรมที่มีสีสดไม่ซีดจางแม้ตากแดดตากฝนนานนับร้อยปี เพราะสีอยู่ในเนื้อเคลือบมิใช่สีทาทับ หลังคาของศาลเจ้าและบ้านตระกูลใหญ่ในถิ่นแต้จิ๋วจึงมีลักษณะที่จดจําได้ทันที คือสันหลังคาโค้งอ่อนคล้ายลําเรือ ปลายสันเชิดสูง และเต็มไปด้วยรูปปั้ นประดับกระเบื้องสีจัด ต่างจากงานช่างจีนภาคเหนือที่เน้นความสงบและสมมาตร ความแตกต่างนี้เป็นเครื่องบอกถิ่นกําเนิดของผู้สร้างได้แม่นยํา ศาลเจ้าแต้จิ๋วในเยาวราชหลายแห่งยังคงรักษารูปแบบนี้ไว้ครบถ้วน ชุดจําลองนี้ผลิตขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นของที่ระลึก ทําหน้าที่อธิบายเทคนิคที่ผู้ชมทั่วไปไม่มีโอกาสได้เห็นในระยะประชิด เพราะของจริงอยู่บนหลังคาสูงเกินสายตาการได้ดูรายละเอียดในระยะใกล้จึงช่วยให้เข้าใจว่าลวดลายที่มองจากพื้นเห็นเป็นเพียงจุดสีนั้น แท้จริงประกอบขึ้นจากเศษกระเบื้องนับพันชิ้นที่ช่างวางทีละชิ้นด้วยมือ

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-054🍲 เครื่องครัวและอาหาร

ปิ่นโตเคลือบสามชั้นลายกุหลาบแดง

แต้จิ๋ว: 食格 (เจียะ แกะ)

สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ขอนำเสนอภาชนะที่เดินทางออกจากบ้านบ่อยที่สุดชิ้นหนึ่งในเรือนชาวแต้จิ๋ว ปิ่นโตเคลือบที่คนแต้จิ๋วเรียกว่า "เจียะ แกะ" ภาชนะที่ทำหน้าที่พาอาหารข้ามรั้วบ้านไปหาคนอื่น ปิ่นโตใบนี้เป็นเหล็กเคลือบอีนาเมลพื้นสีขาวนวลสามชั้นซ้อนกัน แต่ละชั้นเดินเส้นสีเขียวเข้มที่ขอบบนและขอบล่าง ตัวชั้นพิมพ์รูปลอกช่อกุหลาบแดงสลับดอกเล็กสีขาวเหลืองไว้กลางใบ ฝาครอบทรงกลมแบนพิมพ์ลายเดียวกันซ้ำอีกสองช่อ โครงหิ้วเป็นโลหะทาสีขาวโค้งขึ้นไปรวบเป็นหูจับเหนือฝา มีสลักยึดสองข้างสำหรับล็อกชั้นทั้งหมดให้แน่นก่อนยก ผิวเคลือบเป็นมันวาวสม่ำเสมอ มีรอยกะเทาะเล็ก ๆ ตามขอบและตามมุมที่กระทบบ่อยจนเห็นเนื้อเหล็กสีเข้มข้างใน ซึ่งเป็นร่องรอยที่บอกอายุการใช้งานได้ตรงที่สุด ปิ่นโตเคลือบเข้ามาแทนที่ปิ่นโตไม้และตะกร้าใส่อาหารในครัวเรือนชาวจีนโพ้นทะเลตั้งแต่ราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ เพราะล้างง่าย ไม่อมกลิ่น ไม่ขึ้นราในอากาศชื้น และทนความร้อนได้โดยไม่บิดตัว ในชีวิตประจำวันปิ่นโตทำหน้าที่ส่งข้าวกลางวันจากบ้านไปยังร้านค้า โรงสี หรือแผงในตลาดที่คนในครอบครัวเฝ้าอยู่ ชั้นล่างใส่ข้าว ชั้นกลางใส่กับข้าวน้ำ ชั้นบนใส่ของแห้งหรือของหวาน การแยกชั้นเช่นนี้ทำให้อาหารไม่ปนกันและยังอุ่นอยู่เมื่อถึงมือผู้รับ หน้าที่ที่สำคัญกว่านั้นคือการเป็นภาชนะของงานพิธี ในวัฒนธรรมแต้จิ๋วการส่งอาหารไปให้อีกบ้านหนึ่งไม่ใช่การให้ของกินเฉย ๆ แต่เป็นการประกาศความสัมพันธ์ ปิ่นโตจึงถูกใช้บรรจุของไหว้ไปศาลเจ้า ส่งขนมและอาหารเจไปวัดในเทศกาลกินเจ ส่งของหวานไปบ้านญาติในวันตรุษและวันสารทจีน และในงานมงคลจะใช้เป็นคู่เช่นเดียวกับภาชนะมงคลชิ้นอื่น ๆ ธรรมเนียมที่เคร่งครัดคือห้ามส่งปิ่นโตเปล่ากลับคืน เจ้าของบ้านที่รับของจะใส่ของกลับลงไปเสมอ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ส้ม หรือขนม เพราะการคืนภาชนะเปล่าถือว่าตัดสายสัมพันธ์ การเก็บรักษาปิ่นโตใบนี้ไว้ในนิทรรศการจึงไม่ได้เก็บเพราะเป็นเครื่องเคลือบเก่า หากเป็นการเก็บรักษาระบบความสัมพันธ์ที่คนรุ่นก่อนใช้ภาชนะใบเดียวทำงานแทนคำพูด ทั้งการบอกว่าไม่ลืมกัน การบอกว่ายังนับเป็นญาติ และการบอกว่าอาหารมื้อนี้ตั้งใจทำเผื่อคนอีกบ้านหนึ่ง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-055🏮 ของใช้ในเรือน

ภาพปักไหมแต้จิ๋ว "ร้อยวิหคผินสู่ตะวัน"

แต้จิ๋ว: 潮绣 (เตี่ยสิ่ว) · ภาพปัก 百鸟朝阳 (ร้อยวิหคผินสู่ตะวัน) · 许呜松 赠送

ผืนผ้าไหมพื้นสีนวลปักด้วยไหมสีสดหลากเฉด เป็นภาพต้นสนใหญ่แผ่กิ่งก้าน มีดวงอาทิตย์สีแดงชาดลอยเด่นอยู่เบื้องขวา มุมบนเขียนอักษรจีนสี่ตัวว่า 百鸟朝阳 อ่านตามสำเนียงแต้จิ๋วว่า "แป๊ะเจ๊ยเตี่ยเอี๊ยง" แปลว่า "ร้อยวิหคผินสู่ตะวัน" รอบต้นสนเต็มไปด้วยนกนานาชนิดนับร้อยตัว ทั้งนกยูงรำแพน ไก่ฟ้าสีทอง นกกระเรียน เป็ดแมนดาริน ไก่แจ้ ผีเสื้อ และฝูงนกเล็กที่บินไล่ระดับไปจนสุดขอบภาพ แซมด้วยดอกโบตั๋นสีชมพูและแดงเป็นจุดเด่นตามระยะ ลายร้อยวิหคผินสู่ตะวันเป็นลายมงคลที่สื่อถึงความรุ่งเรืองเบิกบานดังอรุณรุ่ง และความกลมเกลียวพร้อมเพรียงของผู้คนที่มารวมกันด้วยความศรัทธา ในภาพยังมีสัญลักษณ์มงคลซ้อนอยู่อีกหลายชั้น ต้นสนและนกกระเรียนหมายถึงอายุยืน ดอกโบตั๋นหมายถึงความมั่งคั่งและเกียรติยศ ส่วนเป็ดแมนดารินเป็นคู่หมายถึงความรักที่ยั่งยืนของสามีภรรยา ภาพปักเพียงผืนเดียวจึงบรรจุคำอวยพรไว้ครบทุกด้านของชีวิต เตี่ยสิ่วเป็นสาขาสำคัญของงานปักกวางตุ้ง (粤绣) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสี่สกุลงานปักที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน เอกลักษณ์ที่ทำให้ต่างจากสกุลอื่นคือเทคนิคปักนูน (垫高绣) ซึ่งช่างจะรองด้วยสำลีหรือด้ายให้เกิดความหนาก่อนปักไหมทับ ทำให้ลวดลายลอยนูนขึ้นจากผืนผ้า บางชิ้นยังใช้เทคนิคปักดิ้นทอง (钉金绣) เดินเส้นทองล้อมลายอีกชั้นหนึ่ง ด้วยลักษณะเช่นนี้ งานปักแต้จิ๋วจึงถูกใช้กับงานที่ต้องการความสง่างาม ทั้งเสื้อคลุมองค์เทพในศาลเจ้า ผ้าคาดโต๊ะบูชา และเครื่องแต่งกายของคณะงิ้วแต้จิ๋ว ซึ่งยังพบเห็นได้ตามศาลเจ้าเก่าแก่ย่านเยาวราชและทรงวาดจนถึงทุกวันนี้

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-056📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

โพยก๊วน 福 329 号 จดหมายตอบรับเงินจากพี่ชายญาติ

แต้จิ๋ว: 侨批 (เกี้ยวพวย) · 李学耕 (ลี้ฮักแก) มอบ

จดหมายลงปี ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) เดือนสิงหาคม จาก 朱振先 ถึง 李纯立 ผู้พำนักในประเทศไทย แจ้งว่าได้รับเงิน 100 ฮ่องกงดอลลาร์ ใช้เป็นค่าของไหว้บรรพบุรุษและเทศกาลสารทจีน ผู้เขียนเล่าว่ามีบุตรชาย 1 คน บุตรสาว 3 คน ตนชราแรงน้อยลง รัฐจัดสรรที่นาให้แต่ละครัวเรือนทำกิน และขอให้ญาติช่วยเหลือค่าปุ๋ย พิมพ์บนแบบฟอร์มของสำนักบริการเงินโอนชาวจีนโพ้นทะเลซัวเถา (汕头侨汇服务社)

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-057📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

โพยก๊วน 福 330 号 ขอบคุณเงินช่วยเหลือและความคืบหน้าเรื่องเดินทางไปประเทศไทย

แต้จิ๋ว: 侨批 (เกี้ยวพวย) · 李学耕 (ลี้ฮักแก) มอบ

จดหมายลงวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) ถึง 李纯立 ขอบคุณที่ส่งเงินช่วยเหลือ และแจ้งว่าเรื่องที่ 学敏 และภรรยาจะเดินทางไปประเทศไทย ได้รับอนุมัติเอกสารจากหน่วยงานรัฐทุกระดับแล้ว เหลือรอสถานทูตที่ปักกิ่งแจ้ง ผู้เขียนยกย่องผู้รับว่าแม้พำนักในไทยแต่ใจยังผูกพันบ้านเกิด

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-058📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

โพยก๊วน 福 331 号 ข่าวชีวิตชนบทหลังนโยบายเปลี่ยน และคำเชิญให้กลับบ้านเกิด

แต้จิ๋ว: 侨批 (เกี้ยวพวย) · 李学耕 (ลี้ฮักแก) มอบ

จดหมายลงวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) จาก 许荣杰 ถึง 李纯立 และพี่สาว แจ้งว่าได้รับเงิน 100 ฮ่องกงดอลลาร์ เล่าว่าตั้งแต่นโยบายชนบทเปลี่ยน ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม ขอให้พี่ ๆ หาโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด และแจ้งว่าญาติอีกคนกลับมาเยี่ยมบ้านและจะเดินทางกลับเกาะไหหลำปลายเดือน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-059📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

โพยก๊วน 福 332 号 ตอบรับเงิน เรื่องเอกสารเดินทาง และการติดต่อญาติที่ไหหลำ

แต้จิ๋ว: 侨批 (เกี้ยวพวย) · 李学耕 (ลี้ฮักแก) มอบ

จดหมายลงวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) จาก 许荣汉 ถึง 李纯立 และพี่สาว แจ้งว่าได้รับเงิน 150 ฮ่องกงดอลลาร์ ผู้เขียนกล่าวถึงงานแต่งบุตรชายที่ผ่านมา แจ้งว่าเรื่องเอกสารเดินทางของ 学敏 ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ญาติอีกคนกลับมาร่วมเทศกาลสารทจีนที่บ้านเกิด และผู้เขียนแจ้งช่องทางให้ติดต่อญาติที่เกาะไหหลำ

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-060📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

โพยก๊วน 福 333 号 รอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากกระทรวงต่างประเทศ

แต้จิ๋ว: 侨批 (เกี้ยวพวย) · 李学耕 (ลี้ฮักแก) มอบ

จดหมายลงวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) จาก 许佑富 ถึง 李纯立 และพี่สาว แจ้งว่าได้รับเงิน 70 ฮ่องกงดอลลาร์ เรื่อง 学敏 จะเดินทางไปต่างประเทศ เอกสารระดับอำเภอและจังหวัดเสร็จแล้ว รอเพียงกระทรวงการต่างประเทศอนุมัติขั้นสุดท้าย เล่าว่าชีวิตชนบทดีขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีนี้ แต่ปีนี้เกิดภัยธรรมชาติ ผลผลิตด้อยลง

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-061📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ชุดเงินโบราณ

เหรียญ ธนบัตร และคูปองในชุดสะสม

ชุดสะสมเงินตราเก่า ประกอบด้วยเหรียญ เหรียญที่ระลึก ธนบัตรจีน และคูปองธัญพืชหรือบัตรจัดสรรสินค้า มอบโดยคุณ 林楚雄 และคุณ 许碧娟 แก่สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ภาพหลักแสดงเหรียญและเหรียญที่ระลึกในตลับใส จัดเรียงบนฐานต่างระดับ ผู้ชมสามารถสังเกตตัวเลข อักษร รูปบุคคล และสัญลักษณ์บนหน้าเหรียญแต่ละแบบได้ ในชุดธนบัตรพบอักษร 中国人民银行 และ 中国银行 ส่วนคูปองบางใบพิมพ์คำว่า 粮票 และกำกับด้วยหน่วยน้ำหนัก เช่น 市斤 และ 克 คูปองเหล่านี้จึงมีลักษณะการใช้งานต่างจากธนบัตร แม้จะเป็นกระดาษพิมพ์ขนาดเล็กคล้ายกัน สมาคมฯ เก็บรักษาชุดสะสมนี้เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษารูปแบบเงินตรา งานพิมพ์ และรายละเอียดของวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายและการจัดสรรสินค้าในอดีต

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-062📜 เอกสารและสิ่งพิมพ์

ชุดสะสมแสตมป์ไทยและจีน

แสตมป์และตราประทับไปรษณีย์บนแผ่นสะสม

ชุดสะสมแสตมป์ไทยและจีน มอบโดยคุณ 林楚雄 และคุณ 许碧娟 แก่สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) แสตมป์จัดเก็บบนแผ่นสะสมสีเข้ม มีทั้งดวงเดี่ยวและชุดหลายดวงที่ยังติดกัน บางส่วนติดอยู่บนชิ้นส่วนซองจดหมายและยังคงเห็นตราประทับไปรษณีย์ ภาพบุคคล สถานที่ ตัวอักษร และตัวเลขบนดวงแสตมป์ ตลอดจนรูปแบบตราประทับ เป็นรายละเอียดที่สามารถพิจารณาเปรียบเทียบกันได้ ชุดสะสมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ชมสังเกตทั้งงานออกแบบแสตมป์และร่องรอยการใช้งานทางไปรษณีย์ สมาคมฯ ขอขอบคุณผู้มอบทั้งสองท่านที่ส่งต่อชุดสะสมนี้เพื่อการศึกษาและเรียนรู้ร่วมกัน

อ่านฉบับเต็ม →
TCLA-2569-063🏮 ของใช้ในเรือน

กระเป๋าเดินทางโบราณ

กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูหิ้วและตัวล็อก

ชุดกระเป๋าเดินทางโบราณสองใบ มอบโดยคุณ 林楚雄 และคุณ 许碧娟 แก่สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ภาพหลักแสดงกระเป๋าสีน้ำตาลในชุดนี้ กระเป๋ามีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ฝาปิดอยู่ด้านบน ด้านหน้ามีหูหิ้วและตัวล็อกโลหะ ขอบและแนวลำตัวบางส่วนเสริมด้วยแถบวัสดุและหมุดยึด เห็นแนวตะเข็บและรายละเอียดของส่วนประกอบได้ชัดเจน ผิวกระเป๋ามีรอยถลอก สีเปลี่ยน และรอยแตกร้าวบางตำแหน่ง ร่องรอยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสภาพวัตถุที่เก็บรักษาไว้ และช่วยให้ผู้ชมสังเกตการใช้งานและการเสื่อมสภาพของส่วนประกอบต่าง ๆ สมาคมฯ ขอขอบคุณผู้มอบทั้งสองท่านที่ส่งต่อของใช้จากอดีตให้ผู้สนใจได้ศึกษาและเรียนรู้

อ่านฉบับเต็ม →